ฉากเปิดเรื่องในสวนตอนกลางคืนช่างสวยงามและเงียบสงบ แสงเทียนที่สั่นไหวสะท้อนถึงความเหงาในใจของนางเอกได้เป็นอย่างดี การที่พระเอกเดินเข้ามาหาในจังหวะที่เธอเผลอคิดมาก ทำให้คนดูอย่างเราใจเต้นตามไปด้วย ความรู้สึกที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความอบอุ่นหัวใจนั้นทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก เหมือนได้ดูเรื่องราวความรักที่ข้ามภพพลิกชะตารัก มาบรรจบกันอีกครั้งในคืนนี้
ต้องยกนิ้วให้กับการแสดงของนางเอกที่สื่ออารมณ์ผ่านสายตาได้ชัดเจนมาก ตั้งแต่ตอนที่นั่งรอคนเดียวด้วยความกังวล จนกระทั่งพระเอกปรากฏตัวแล้วน้ำตาคลอเบ้า ทุกการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าบอกเล่าเรื่องราวข้างในได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การจับมือกันครั้งแรกนั้นเหมือนเป็นการส่งผ่านพลังใจให้กันและกัน ช่างเป็นฉากที่ดูแล้วจุกอกแต่ก็มีความสุขปนอยู่ด้วย
ความเข้ากันของพระเอกชุดดำกับนางเอกชุดเหลืองนั้นช่างลงตัวเหลือเกิน สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในขณะที่เธอก็มองเขาด้วยความไว้วางใจและพึ่งพา ฉากที่เขากอดเธอแน่นนั้นบอกเลยว่าทำเอาคนดูเขินจนต้องเอาหมอนมาปิดหน้า ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะซับซ้อนแต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจแบบนี้แหละที่ทำให้ซีรีส์ข้ามภพพลิกชะตารัก น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
การตัดภาพไปยังฉากในอดีตที่พระเอกอีกคนนั่งคุยกันนั้นช่วยเปิดปมเรื่องราวได้ดีมาก ทำให้เราเริ่มเข้าใจว่าทำไมพระเอกชุดดำถึงมีสีหน้าเคร่งเครียดแบบนั้น การสลับไปมาระหว่างปัจจุบันที่หวานซึ้งกับอดีตที่ดูตึงเครียด ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูอยากเอาใจช่วยตัวละครหลักให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ฉากเหล่านี้ทำให้เนื้อเรื่องมีน้ำหนักและไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย
ต้องชื่นชมฝ่ายเครื่องแต่งกายที่เลือกชุดได้สวยงามมาก ชุดสีเหลืองพาสเทลของนางเอกที่เข้ากันกับดอกไม้ในผมดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอม ส่วนพระเอกในชุดดำปักลายทองก็ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างปิ่นปักผมหรือสร้อยคอ ล้วนช่วยเสริมบุคลิกตัวละครให้โดดเด่นขึ้นมาก การแต่งกายที่สวยงามขนาดนี้ทำให้การดูข้ามภพพลิกชะตารัก เป็นประสบการณ์ทางสายตาที่คุ้มค่าจริงๆ