แค่ฉากเดียวแต่บอกเล่าความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ครบถ้วน ชายในสูทน้ำเงินพยายามคุมเกมด้วยการดูเมนู แต่สายตาเขากลับจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดสีชมพูตลอดเวลา ในขณะที่หญิงอีกคนพยายามทำตัวให้กลมกลืนแต่ความกังวลก็ lộออกมาชัดเจน เรื่องราวใน ความรักที่เป็นไปได้ยาก ช่างดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีความหมายซ่อนอยู่
ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการเล่าเรื่อง เช่น การที่พนักงานเสิร์ฟยื่นเมนูให้ชายในสูทน้ำเงิน แต่เขากลับส่งต่อให้หญิงสาวชุดสีชมพูดู หรือแววตาที่ชายในชุดสีเทาจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดสีฟ้าด้วยความห่วงใยแต่ก็โกรธเคือง ฉากเหล่านี้ใน ความรักที่เป็นไปได้ยาก ทำให้เราต้องกลับมาดูซ้ำหลายรอบเพื่อเก็บรายละเอียดทุกเม็ด
นักแสดงทุกคนในเรื่อง ความรักที่เป็นไปได้ยาก แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวชุดสีชมพูพยายามพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกตัดบทด้วยสายตาของชายในสูทน้ำเงิน ความอึดอัดและความกดดันที่ส่งผ่านหน้าจอทำให้เราแทบจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในร้านอาหารนั้นจริงๆ การแสดงระดับนี้หาได้ยากในซีรีส์ทั่วไป
ฉากนี้แทบไม่มีบทพูดเลยแต่กลับสื่อสารได้ชัดเจนมากผ่านภาษากายและสีหน้า ชายในชุดสีเทาที่พยายามควบคุมอารมณ์ หญิงสาวชุดสีฟ้าที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และชายในสูทน้ำเงินที่พยายามสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายแต่กลับยิ่งทำให้ตึงเครียดมากขึ้น เรื่องราวใน ความรักที่เป็นไปได้ยาก สอนเราว่าบางครั้งความเงียบก็บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูด
ไม่เคยเห็นฉากอาหารเย็นที่ไหนที่ตึงเครียดเท่านี้มาก่อน ใน ความรักที่เป็นไปได้ยาก มื้ออาหารกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่ทุกคนต่างซ่อนอาวุธไว้เบื้องหลังรอยยิ้ม ชายในสูทน้ำเงินพยายามคุมเกมแต่กลับถูกท้าทายโดยหญิงสาวชุดสีชมพู ในขณะที่ชายในชุดสีเทานั่งดูสถานการณ์ด้วยความกังวล ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดการดูซีรีส์ในแอป เนตชอร์ต