จากฉากโศกนาฏกรรมที่ดูเหมือนจะจบลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการย้อนเวลา นางเอกตื่นขึ้นมาในห้องนอนสุดหรูพร้อมความทรงจำที่เจ็บปวด แววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความเด็ดเดี่ยวแสดงให้เห็นว่าเธอจะไม่ยอมแพ้โชคชะตาอีกต่อไป ฉากที่เธอหยิบปืนออกมาจากลิ้นชักเครื่องแป้งสร้างความตื่นเต้นได้มากทีเดียว งานบอลสีเลือด เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก
ฉากที่นางเอกเล็งปืนใส่พระเอกทันทีที่เขาเปิดประตูเข้ามา เป็นฉากที่สร้างความตื่นเต้นได้สุดยอดมาก แววตาที่มุ่งมั่นของเธอตัดกับความตกใจและเจ็บปวดของเขา ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นระทึกว่าเธอจะยิงหรือไม่ การที่พระเอกพยายามแย่งปืนและกอดเธอไว้ แสดงให้เห็นว่าเขายังรักและห่วงใยเธอมากแค่ไหน แม้จะถูกทำร้ายก็ตาม
สีหน้าของพระเอกตอนที่โดนเล็งปืนและพยายามปลอบนางเอก มันสื่อถึงความเจ็บปวดภายในใจอย่างชัดเจน น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่แค่เพราะความกลัว แต่เพราะความเสียใจที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดอีกครั้ง การที่เขาพยายามโอบกอดและปลอบโยนเธอทั้งที่ตัวเองก็บอบช้ำ แสดงให้เห็นถึงความรักที่แท้จริงในงานบอลสีเลือด ที่ยอมทนทุกอย่างเพื่อคนรัก
จังหวะที่พระเอกกำลังจะจูบนางเอก ชายผมดำถือช่อกุหลาบก็โผล่เข้ามาพอดี สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูมากทีเดียว แววตาของเขาดูมุ่งมั่นและมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ การที่นางเอกวิ่งเข้าไปหาเขาทันที ทิ้งให้พระเอกยืนมองด้วยความเจ็บปวด เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่คาดเดาได้ยากมาก ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างสามตัวละครหลักในเรื่องนี้ซับซ้อนมาก พระเอกที่รักนางเอกสุดหัวใจ แต่นางเอกกลับมีอดีตหรือความผูกพันกับชายผมดำคนนั้น ฉากที่นางเอกกอดชายผมดำต่อหน้าพระเอก มันเหมือนมีดที่กรีดใจพระเอกจนเลือดไหลซิบๆ ความอิจฉาและความน้อยใจในแววตาของพระเอกทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ งานบอลสีเลือด วางปมตัวละครได้น่าสนใจมาก