พล็อตเรื่องในจอมมารในแดนเทพเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อพ่อมดโครงกระดูกปรากฏตัวพร้อมคทาเรืองแสงสีเขียว ฉากที่พวกก๊อบลินขนไม้เข้าเตาหลอมรูปหัวปีศาจช่างน่ากลัวแต่ก็เท่สุดๆ การที่ตัวร้ายสามารถเสกกองทัพออกมาจากประตูมิติไฟได้ทันที ทำให้รู้ว่าศึกนี้ไม่ธรรมดาเลย ดนตรีประกอบช่วงนี้เร้าใจจนต้องกดหยุดดูภาพซ้ำหลายครั้ง
ใครบอกว่าจอมมารในแดนเทพจะมีแต่ฉากต่อสู้ ฉากในห้องโถงใหญ่ที่ตัวเอกจับมือกับสาวผมสีน้ำตาลเพื่อเปิดแผนที่มิติใหม่ช่างโรแมนติกมาก แสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากมือทั้งสองข้างสื่อถึงพลังที่เชื่อมโยงกัน รอยยิ้มเขินๆ ของเธอตอนหันมามองกล้องทำเอาใจละลาย ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาท่ามกลางภารกิจกอบกู้โลกทำให้คนดูเอาใจช่วยสุดๆ
ฉากบนกำแพงเมืองในจอมมารในแดนเทพที่สาวน้อยปีกค้างคาวและสาวผมทองเขาสัตว์ยืนมองกองทัพเกราะทองเดินแถวมาช่างน่าเกรงขาม การออกแบบตัวละครปีศาจสาวให้ดูน่ารักแต่แฝงความอันตรายนั้นทำได้ดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าเบื่อๆ ของสาวน้อยที่พิงกำแพงตัดกับความตึงเครียดของสถานการณ์เบื้องล่างได้อย่างลงตัว เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้โลกในเรื่องดูสมจริง
ช่วงท้ายของจอมมารในแดนเทพที่ตัวเอกปล่อยพลังสีแดงหมุนวนรอบตัวก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าด้วยสายตามุ่งมั่น ช่างเป็นฉากที่แสดงถึงความเป็นผู้นำได้ชัดเจนมาก แสงสีแดงที่ตัดกับชุดเกราะสีดำทำให้ดูทรงพลังสุดๆ การที่เขาต้องแบกรับภาระปกป้องทุกคนไว้คนเดียวทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ดูน่ากลัวแต่มีหัวใจที่อบอุ่นซ่อนอยู่
ฉากเปิดเรื่องในจอมมารในแดนเทพทำเอาตะลึง! ตัวเอกในชุดเกราะดำแดงยืนตระหง่านบนระเบียงปราสาท ก่อนจะร่ายเวทสร้างโล่ป้องกันสีฟ้าสดใส ครอบคลุมทั้งป้อมปราการที่กำลังก่อสร้าง ความอลังการของเอฟเฟกต์แสงสีฟ้าตัดกับท้องฟ้าสดใสช่างงดงาม การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีโฮโลแกรมกับโลกแฟนตาซีทำให้รู้สึกแปลกใหม่และตื่นเต้นมากจริงๆ