ฉากที่ตัวละครหลักพยายามจับมือกับวิญญาณหญิงสาวสีขาวนั้นช่างน่าเศร้าแต่ก็โรแมนติกมาก แสงสีขาวที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับน้ำตาของตัวละครหลักทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจ เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพไม่ได้มีแค่การต่อสู้ แต่ยังแฝงไปด้วยความรักและความสูญเสียที่ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น ดูแล้วอยากเอาใจช่วยให้เขากู้คืนคนที่รักกลับมาให้ได้
ตอนที่ตัวละครหลักปลดปล่อยพลังสีแดงออกมาจนร่างกายลุกเป็นไฟนั้นดูทรงพลังมาก แสงสีแดงที่แผ่กระจายไปทั่วฉากทำให้รู้สึกถึงความโกรธแค้นและความเจ็บปวด การเปลี่ยนแปลงจากมนุษย์ธรรมดา กลายเป็น ปีศาจที่มีเขาและปีกนั้นทำออกมาได้สมจริงมาก ฉากนี้ในจอมมารในแดนเทพแสดงให้เห็นว่าตัวละครหลักยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รัก เป็นฉากที่ดูแล้วขนลุกจริงๆ
ท้องฟ้าสีม่วงที่มีดวงดาวระยิบระยับและวิญญาณนางฟ้าบินวนรอบตัวละครหลักนั้นสวยงามเหมือนความฝัน แสงสีทองและสีชมพูที่ผสมผสานกันสร้างบรรยากาศที่มหัศจรรย์มาก ฉากที่ตัวละครหลักนั่งสมาธิแล้วมีพลังงานสีแดงและสีม่วงไหลเวียนรอบตัวนั้นดูขลังและทรงพลัง การออกแบบฉากในจอมมารในแดนเทพทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกมิติหนึ่ง เป็นงานภาพที่ควรค่าแก่การดูซ้ำหลายรอบ
ฉากสุดท้ายที่ตัวละครหลักที่มีปีกสีฟ้าบินพุ่งเข้าชนศัตรูที่มีแสงสีทองนั้นเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุด แสงระเบิดสีเหลืองและสีแดงที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าทำให้รู้สึกถึงความรุนแรงของการปะทะ ฉากที่เสาหินพังทลายและเศษซากปลิวว่อนนั้นเพิ่มอารมณ์ความตื่นเต้นได้มาก การต่อสู้ในจอมมารในแดนเทพครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดชี้ชะตาของเรื่องราวทั้งหมด ดูแล้วต้องกลั้นหายใจจนจบฉาก
การต่อสู้ระหว่างจอมมารในแดนเทพกับศัตรูที่ทรงพลังนั้นน่าตื่นเต้นมาก ฉากที่ตัวละครหลักแปลงร่างเป็นปีศาจสีแดงแล้วพุ่งเข้าชนศัตรูทำให้หัวใจเต้นแรง แสงสีทองและสีแดงที่ปะทะกันสร้างบรรยากาศที่ดุเดือดและน่าจดจำ การออกแบบตัวละครที่มีปีกสีฟ้าและดาบเพลิงก็ดูเท่มาก เป็นฉากที่ดูแล้วต้องกดหยุดเพื่อชมความสวยงามของภาพจริงๆ