ดูแล้วอึ้งมากกับฉากที่ระบบแจ้งเตือนว่ารถได้รับการอัปเกรดป้องกันแรงสั่นสะเทือนระดับสูงสุด ทำให้ตัวละครหลักสามารถเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างสบายใจ แม้ภายนอกโลกจะแตกสลายแต่ภายในรถกลับอบอุ่นและปลอดภัยสุดๆ เรื่อง ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟฟ์ ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตราบใดที่มีรถคันนี้ก็รอดแน่นอน บรรยากาศข้างในรถตกแต่งน่ารักมากจนอยากมีบ้าง
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ตัดสลับระหว่างข่าวร้ายแรงอย่างไฟป่าและภัยแล้ง กับภาพหญิงสาวที่กำลังทำอาหารอร่อยๆ ในรถอย่างสบายใจ มันสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟฟ์ สะท้อนให้เห็นว่าแม้โลกภายนอกจะเลวร้ายแค่ไหน แต่เรายังสามารถสร้างพื้นที่ความสุขเล็กๆ ให้ตัวเองได้ ฉากกินข้าวในรถดูอบอุ่นจนน้ำตาไหล
ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบมีความสุขที่นางเอกนอนหลับสบายในรถ แต่ดันมีฉากที่รถถูกเครนยกขึ้นกลางอากาศทำเอาตกใจหมดเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ความตื่นเต้นนี้ทำให้เรื่อง ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟฟ์ น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ อยากทราบตอนต่อไปว่าเธอจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร การตกแต่งรถด้วยตุ๊กตากระต่ายทำให้ดูน่ารักแต่ก็แฝงความลึกลับ
ประทับใจมากที่เห็นตัวละครหลักไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ข่าวจะบอกว่าคนตายเพราะความร้อนและขาดน้ำ แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตปกติในรถได้อย่างมีความสุข ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟฟ์ สอนให้เราเห็นว่าความหวังยังมีอยู่เสมอ ฉากที่เธอทำอาหารในครัวแล้วนำมาทานในรถแสดงให้เห็นถึงทักษะการเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อยากเป็นแบบเธอบ้าง
ชอบไอเดียเรื่องระบบที่แจ้งเตือนและอัปเกรดรถให้แข็งแกร่งขึ้น มันทำให้รู้สึกว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยเราได้ในยามคับขัน ชีวิตติดลบ แต่รถฉันติดบัฟฟ์ นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจมากว่าถ้าเรามีพาหนะที่ปลอดภัยพอ เราก็สามารถหนีจากภัยพิบัติต่างๆ ได้ ฉากที่หน้าจอแสดงข้อความระบบทำให้รู้สึกเหมือนเล่นเกมที่มีภารกิจต้องทำ