ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกเลยจริงๆ เมื่อชายหนุ่มถืออิฐจะขว้างปา แต่กลับถูกแม่ในชุดสีเขียวจัดการจนหมดรูป ความนิ่งสงบของแม่ช่างน่าเกรงขามกว่าเสียงตะโกนใดๆ ทั้งสิ้น การแสดงออกทางสีหน้าของแม่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คำพูด ดูแล้วรู้สึกสะใจมาก เหมือนได้ดู ชีวิตที่พังทลาย ของคนร้ายที่คิดจะมาทำร้ายครอบครัวนี้ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความรักของแม่
ดูแล้วเจ็บแทนแม่จริงๆ ที่ลูกชายตัวเองทำตัวแย่ขนาดนี้ ถูกจับกดลงพื้นแล้วยังทำหน้าตาเย้ยหยัน แต่พอแม่โทรหาใครบางคนแล้วพวกนักเลงกลับเปลี่ยนท่าทีทันที ช่างเป็นพล็อตเรื่องที่หักมุมได้ดีมาก ละครเรื่อง ชีวิตที่พังทลาย มักจะสอนเราเสมอว่าอย่าดูถูกคนตรงหน้า โดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อาจมีอำนาจมากกว่าที่คิด ฉากนี้คือที่สุดของความสะใจ
ชอบตรงที่แม่ไม่ต้องออกแรงเองแม้แต่นิดเดียว แค่โทรศัพท์ครั้งเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ราวกับมีเวทมนตร์ พวกผู้ชายชุดดำที่ดูน่ากลัวกลับกลายเป็นลูกน้องที่เชื่อฟังคำสั่งแม่ทันที แสดงให้เห็นว่าแม่ต้องมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มาก การแสดงของนักแสดงนำหญิงดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาสุดๆ เป็นอีกตอนของ ชีวิตที่พังทลาย ที่ทำให้เราต้องติดตามต่อว่าแม่คือใครกันแน่
ฉากที่แม่ยืนมองลูกชายถูกทำโทษโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว มันสื่ออารมณ์ได้รุนแรงมาก สายตาที่มองลูกด้วยความผิดหวังผสมความสงสาร แต่ก็ไม่อ่อนข้อให้ความชั่วร้าย หญิงสาวบนรถเข็นก็ดูน่าสงสารที่ต้องมาเห็นภาพแบบนี้ บรรยากาศในสวนดูตึงเครียดแต่ก็สวยงามแปลกตา ละคร ชีวิตที่พังทลาย เก่งมากในการสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับตัวละครทุกตัว
จากคนที่ถืออิฐข่มขู่ กลายเป็นคนถูกจับกดพื้นภายในไม่กี่วินาที ช่างเป็นวงจรกรรมที่รวดเร็วและสาสมใจจริงๆ การที่แม่สามารถสั่งการพวกชุดดำได้เพียงแค่ปลายนิ้ว แสดงให้เห็นถึงบารมีที่สั่งสมมานาน ฉากที่พวกนักเลงก้มหัวให้แม่คือภาพที่ตราตรึงใจมาก ดูแล้วรู้สึกโล่งใจแทนตัวละครดีๆ ในเรื่อง ชีวิตที่พังทลาย ที่สุดท้ายก็ได้รับความยุติธรรม