บรรยากาศงานเลี้ยงหรูหราที่เต็มไปด้วยไวน์และเค้ก กลับกลายเป็นฉากดราม่าเดือดเมื่อชายชุดม่วงทำตัวเปิ่นจนน่าอาย แต่จุดพีคคือฉากที่หญิงสาวในรถเข็นปรากฏตัวขึ้น ทำให้ทุกคนในงานถึงกับอึ้ง! การดำเนินเรื่องใน ชีวิตที่พังทลาย เร็วและกระชับมาก ดูแล้วลุ้นตามทุกฉาก เหมือนได้ไปยืนดูเหตุการณ์จริงในงานนั้นเลย
ฉากที่พระเอกชุดม่วงถือขวดไวน์แล้วดื่มดุ่มๆ พร้อมทำท่าทางแปลกๆ เรียกเสียงฮือฮาจากแขกในงานได้เป็นอย่างดี แต่ความตลกกลับกลายเป็นความตึงเครียดเมื่อเขาเริ่มมีเรื่องกับหญิงชุดเขียว ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเริ่มเปิดเผยออกมาทีละนิด ทำให้คนดูอย่างเราต้องคอยจับตาดูว่า ชีวิตที่พังทลาย ของตัวละครเหล่านี้จะลงเอยอย่างไร
ฉากที่หญิงสาวในชุดขาวถูกเข็นรถเข็นเข้ามาในงาน พร้อมแม่ที่ดูทรงพลัง เป็นฉากที่เรียกน้ำตาและความสงสารได้ทันที สายตาของชายชุดเทาที่มองมาด้วยความตกใจ บอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การกลับมาครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ชีวิตที่พังทลาย ที่ทุกคนต้องจับตามอง
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ฉากงานเลี้ยงเป็นจุดรวมตัวของตัวละครทุกตัว ทั้งคนรวย คนมีอำนาจ และคนที่กำลังตกอับ การปะทะคารมระหว่างชายชุดม่วงและหญิงชุดเขียว สะท้อนให้เห็นถึงชนชั้นและความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ เรื่องราวของ ชีวิตที่พังทลาย ถูกปูพื้นไว้อย่างน่าสนใจผ่านปฏิกิริยาของแขกในงาน
การแสดงสีหน้าของนักแสดงในเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดม่วงเห็นหญิงในรถเข็นแล้วทำตาโต หรือฉากที่หญิงชุดเขียวมองด้วยความน้อยใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้ ชีวิตที่พังทลาย ดูมีมิติและสมจริงมาก เหมือนเราได้อ่านความคิดตัวละครผ่านสายตาของพวกเขาจริงๆ