ฉากที่เฉินอวิ๋นจูแอบมองผ่านประตูไม้แล้วเห็นกู่ซีหยวนอยู่กับหญิงสาวในชุดแดง ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดจนพูดไม่ออก! แสงเทียนที่ส่องสลัวทำให้บรรยากาศดูร้อนระอุแต่ก็หนาวเหน็บในใจคนดู การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทำได้ดีมาก ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องกลับมาทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไป แม้จะต้องแลกด้วยเลือดก็ตาม
ฉากเปิดเรื่องที่เฉินอวิ๋นจูขี่ม้าเข้ามาในวังด้วยชุดดำสนิท ช่างเป็นภาพที่ทรงพลังมาก! เธอไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นนักรบที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อความจริง การที่เธอถือดาบและเดินเข้าไปในวังอย่างมั่นใจ แสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ฉากนี้ทำให้เราตื่นเต้นว่าเธอจะจัดการกับคนที่ทำร้ายเธออย่างไร
การตัดฉากจากคืนแต่งงานที่เต็มไปด้วยความหวัง มาสู่ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ช่างเป็นการเล่นกับอารมณ์คนดูได้อย่างยอดเยี่ยม! ใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฉินอวิ๋นจูจากหญิงสาวที่อ่อนโยนกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง ฉากที่เธอสัมผัสประตูแล้วน้ำตาไหล แสดงให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปแต่ความเจ็บปวดยังคงอยู่ เหมือนแผลที่ไม่มีวันหาย
ฉากในห้องหอสีแดงฉานที่กู่ซีหยวนนั่งมองเฉินอวิ๋นจูด้วยสายตาซับซ้อน ช่างเป็นโมเมนต์ที่ตึงเครียดที่สุด! การที่เขาดึงมือเธอแล้วปล่อย แสดงให้เห็นความขัดแย้งในใจอย่างชัดเจน ดูเหมือนเขาจะรักแต่ก็มีบางอย่างกั้นกลางไว้ ซีรีส์ ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ฉากนี้ทำให้เราสงสัยว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่เป็นตัวการทำให้ความรักของพวกเขาต้องจบลงแบบนี้
ฉากที่เฉินอวิ๋นจูเดินเข้ามาในแสงแดดพร้อมรอยยิ้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ช่างเป็นภาพที่บีบหัวใจคนดูจริงๆ การแสดงของนางเอกในซีรีส์ ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา นั้นละเอียดอ่อนมาก แค่การขยับริมฝีปากเล็กน้อยก็สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม ฉากย้อนอดีตสามปีก่อนยิ่งทำให้เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องสวมชุดดำและถือดาบแบบนี้