สีหน้าของสามีเมื่อเห็นฮูหยินเอกจะจากไป ชัดเจนว่าเขารู้สึกผิดและพยายามรั้งไว้ แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว ฉากที่เขาคุกเข่าขอโทษแสดงให้เห็นถึงความหมดอาลัยตายอยากของผู้ชายที่เพิ่งตระหนักว่ากำลังจะเสียคนสำคัญไป การแสดงออกทางสีตาของนักแสดงนำชายทำได้ดีมากจนคนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วย
บรรยากาศในลานบ้านของคฤหาสน์เต็มไปด้วยความอึดอัด หญิงสาวในชุดสีเขียวที่พยายามห้ามปรามสามี แสดงให้เห็นถึงความวุ่นวายภายในบ้านที่มีภรรยาน้อยหรือหญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ฮูหยินเอกเลือกที่จะไม่ต่อสู้แต่เลือกเดินออกมาอย่างสง่างาม ซึ่งเป็นฉากที่สะเทือนใจมากในเรื่องตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยนางอย่างมาก
ฉากจบที่ฮูหยินเอกยื่นจดหมายลาให้สามี เป็นภาพที่ทรงพลังมาก สื่อถึงการตัดขาดอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องพูดจาโผงผาง แสงแดดที่สาดส่องลงมาในฉากสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นการให้พรให้นางได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ การดำเนินเรื่องกระชับแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เป็นตอนที่ดูแล้วต้องกดติดตามตอนต่อไปทันที
ต้องชื่นชมทีมผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียด ชุดฮั่นฝูของตัวละครแต่ละตัวสวยงามและสื่อถึงสถานะได้ชัดเจน ฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูขลังและสมจริง โดยเฉพาะฉากที่ฮูหยินเอกยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางผู้คน ยิ่งทำให้เห็นถึงความโดดเดี่ยวแต่เข้มแข็งของนาง ในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา งานภาพสวยจนแทบจะแคปทุกฉากเก็บไว้เลย
ฉากเปิดเรื่องด้วยถั่วเขียวที่ร่วงหล่นเหมือนหยาดน้ำตา บ่งบอกถึงความแตกสลายของความสัมพันธ์ ฮูหยินเอกในชุดสีครีมดูสง่างามแต่แฝงความเจ็บปวด การที่นางเลือกจะจากลาทั้งที่ยังมีรัก แสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร เรื่องราวในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทำให้เห็นว่าการรักตัวเองสำคัญกว่าการรอคอยใครสักคน