ฉากดื่มชาที่ดูสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามเลยจริงๆ ท่าทางของท่านหลิงซูที่เปลี่ยนจากยิ้มเป็นหน้าจริงจังทันทีช่างน่ากลัวมาก เรื่องราวในพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย นี้น่าติดตามสุดๆ อยากทราบว่ากล่องไม้ใบนั้นซ่อนความลับอะไรไว้บ้างที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตของพวกเขาทุกคนในตอนนี้ การดำเนินเรื่องทำได้ดีมากจนไม่อยากกดข้ามฉากไหนเลยเพราะทุกรายละเอียดสำคัญหมด
ฉากเปิดกล่องไม้ที่มีลูกแก้วเรืองแสงออกมาทำให้รู้สึกถึงความขลังและพลังเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่อย่างมหาศาลเลยนะ คิดว่าคงเป็นกุญแจสำคัญบางอย่างในเรื่องพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย แน่นอน การออกแบบคาแรคเตอร์ของคุณลุงชุดดำดูมีมิติมากทั้งรอยสักและเครื่องประดับที่ดูโบราณแต่ทรงพลัง อยากเห็นฉากต่อสู้ที่ใช้พลังจากลูกแก้วเหล่านั้นเร็วๆบ้างจังเลยเพราะมันดูน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยปริศนาที่ต้องคอยติดตามแก้กันต่อไป
บรรยากาศในป่าไผ่ที่เขียวชอุ่มตัดกับชุดสีดำของอาจารย์ทำให้ภาพดูสวยงามและมีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ ฉากนี้ในเรื่องพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย ถ่ายทอดอารมณ์ได้ลึกซึ้งจนคนดูรู้สึกได้ถึงอำนาจที่กดดันจากตัวละครหลัก สีหน้าของลูกศิษย์ชุดขาวที่แสดงออกถึงความกังวลและความมุ่งมั่นนั้นทำได้ดีมากจนเราเอาใจช่วยไม่ห่างเลยจริงๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ที่ดูเหมือนจะไว้ใจกันแต่กลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ข้างในทำให้เราต้องเดาทางกันไม่ถูกเลยสักนิด พล็อตเรื่องในพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก โดยเฉพาะตอนที่คุณลุงหัวเราะออกมาแล้วเปลี่ยนสีหน้าทันทีมันทำให้ขนลุกซู่ไปเลย อยากทราบจุดจบของเรื่องราวนี้จริงๆว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด
ฉากย้อนอดีตที่คนสองคนเปิดกล่องสมบัติทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของพลังพิเศษบางอย่างที่สำคัญมากต่อเนื้อเรื่องหลักในพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย การเล่าเรื่องแบบสลับเวลาทำให้เราค่อยๆไขความลับไปพร้อมกับตัวละครซึ่งสนุกมากทีเดียว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างแสงที่ส่องจากลูกแก้วก็ทำออกมาได้ละเอียดและสวยงามน่ามองสุดๆ
ท่านอาจารย์ที่มีพลังมหาศาลดูเหมือนจะทดสอบลูกศิษย์ของตัวเองด้วยวิธีที่ค่อนข้างรุนแรงและน่ากลัวมากทีเดียว สำหรับคนที่ชอบแนวกำลังภายในแบบพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย บอกเลยว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์มากเพราะมีทั้งฉากพูดคุยที่เข้มข้นและฉากแสดงพลังที่อลังการ งานภาพแต่ละเฟรมคือสวยจนสามารถเซฟไปทำวอลเปเปอร์หน้าจอโทรศัพท์ได้เลยทีเดียว
สีหน้าของพระเอกชุดขาวตอนที่รู้ว่าความจริงบางอย่างไม่ใช่อย่างที่คิดนั้นทำออกมาได้สมจริงมากจนเรารู้สึกเจ็บแทนเลย เรื่องราวในพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย ไม่ได้มีแค่ฉากต่อสู้แต่ยังเน้นดราม่าความสัมพันธ์ระหว่างคนในสำนักด้วย ซึ่งทำให้ตัวละครดูมีมิติและมีชีวิตชีวามากขึ้นไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ที่มาสู้กันอย่างเดียวเท่านั้น
เครื่องประดับที่เป็นเหรียญทองและสัญลักษณ์หยินหยางบนชุดของอาจารย์ดูขลังและสื่อถึงความเป็นเต๋าได้ชัดเจนมากที่สุดในเรื่องพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย การออกแบบเครื่องแต่งกายแต่ละชุดบอกสถานะและพลังของตัวละครได้เป็นอย่างดี คนดูอย่างเราแค่เห็นชุดก็พอจะเดาออกแล้วว่าใครเก่งกว่าใครหรือใครเป็นฝ่ายไหนในเรื่องนี้กันแน่
ฉากสุดท้ายที่อาจารย์ปล่อยพลังออกมาพร้อมแสงสีรุ้งทำให้รู้ว่าท่านไม่ได้ธรรมดาอย่างแน่นอน เรื่องพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย สร้างความตื่นเต้นให้คนดูได้ตลอดทุกตอนเลยจริงๆ อยากเห็นฉากที่ลูกศิษย์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงและตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองบ้างแล้วว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป
โดยรวมแล้วอนิเมชั่นเรื่องนี้ทำออกมาได้คุณภาพดีมากทั้งภาพและเสียงที่เข้ากันได้อย่างลงตัวสำหรับคนดูทั่วไป สำหรับแฟนคลับที่ชอบแนวนี้ในเรื่องพังวัดฉัน ก็อย่ามาขอให้ช่วย คงจะพลาดไม่ได้เลยจริงๆเพราะทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันหมดไม่มีการใส่ฉากมาเพื่อเพิ่มเวลาเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งหาได้ยากมากในสมัยนี้ อยากให้ทุกคนได้ลองเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การดูที่ดีแบบนี้บ้างรับรองว่าจะต้องติดใจแน่นอน