ฉากเริ่มต้นดูตึงมากเลยนะเธอเอาแต่เล่นโทรศัพท์ส่วนเขาก็พยายามจะคุยด้วยสีหน้าเขาเป็นห่วงจริงๆพอได้ดูเรื่องนี้ในพรหมลิขิตซ่อนรักแล้วรู้สึกอินมากการแสดงสีหน้าของนางเอกตอนเงยหน้าขึ้นมาพูดมันสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากค่ะอยากให้ฉากนี้ยาวกว่านี้หน่อยเพราะเคมีเข้ากันสุดๆคนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามเลยจริงๆแล้วก็น้ำตาจะไหลตามไปด้วยเลย
ชอบโมเมนต์ตอนเขาจับมือกันมากมันดูอบอุ่นทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะทะเลาะกันหนักมากพระเอกพยายามอธิบายด้วยสายตาส่วนนางเอกก็เริ่มใจอ่อนฉากกอดตอนท้ายคือจิกหมอนเลยใครที่ดูพรหมลิขิตซ่อนรักอยู่คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีมันไม่ใช่แค่ความรักแต่มันคือการเข้าใจกันและกันด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ทำให้คนดูหลงรักได้ง่ายๆเลยจริงๆค่ะดูแล้วมีความสุขมาก
ชุดแต่งกายในเรื่องนี้สวยมากโดยเฉพาะชุดสีเทาของนางเอกที่ดูสุภาพแต่ยังคงความอ่อนหวานได้เป็นอย่างดีพระเอกก็ใส่สูทสีดำดูภูมิฐานมากฉากนั่งคุยกันบนโซฟาในพรหมลิขิตซ่อนรักจัดองค์ประกอบภาพได้สวยมากแสงเงาช่วยให้เห็นอารมณ์ตัวละครชัดเจนขึ้นคนทำหนังใส่ใจรายละเอียดจริงๆดูแล้วรู้สึกเหมือนเราได้นั่งอยู่ในห้องนั้นกับพวกเขาเลยอยากดูต่อเร็วๆเลยจริงๆค่ะ
การแสดงสีหน้าของพระเอกตอนเห็นน้ำตาเธอคือจุดพีคมากเขาพยายามกลั้นอารมณ์แต่สายตาบอกทุกอย่างว่าเขารักเธอแค่ไหนเรื่องพรหมลิขิตซ่อนรักทำได้ดีมากตรงที่ไม่ต้องพูดเยอะก็สื่อความหมายได้คนดูอย่างเราสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความหวังดีที่เขามีให้กันฉากนี้ทำให้รู้ว่าความรักบางครั้งก็ต้องใช้เวลาในการปรับความเข้าใจกันหน่อยนะถึงจะดีที่สุดค่ะ
ดูแล้วรู้สึกจุกอกแทนตัวละครมากเลยนะตอนเธอทำหน้าเศร้าแล้วพยายามจะอธิบายอะไรบางอย่างพระเอกก็ฟังอย่างตั้งใจมากไม่พูดแทรกเลยสักนิดความสัมพันธ์ในพรหมลิขิตซ่อนรักดูมีความลึกซึ้งกว่าแค่ความรักวัยรุ่นทั่วไปมันมีความเป็นผู้ใหญ่และการรับผิดชอบซ่อนอยู่ด้วยดูแล้วได้ข้อคิดดีๆเกี่ยวกับการสื่อสารในความสัมพันธ์คู่เลยจริงๆค่ะอยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้มากๆเลย
เคมีของคู่นี้คือที่สุดจริงๆแค่สบตากันก็รู้ใจแล้วล่ะค่ะฉากที่เธอเอื้อมมือไปจับหน้าเขาแล้วเขายิ้มออกมาคือหวานมากใครบอกว่าพรหมลิขิตซ่อนรักดูแล้วไม่อินแสดงว่ายังไม่เห็นฉากนี้แน่ๆการแสดงธรรมชาติมากไม่ดูแข็งเลยเหมือนเราแอบมองชีวิตคู่จริงๆของคนสองคนเลยอยากให้พวกเขามีฉากหวานๆแบบนี้เยอะๆเลยคนดูจะได้มีความสุขตามไปด้วยจริงๆค่ะ
บรรยากาศในห้องดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดมากนะตอนแรกนึกว่าจะจบไม่ดีแต่สุดท้ายก็กลับมาเข้าใจกันได้อีกครั้งฉากนี้ในพรหมลิขิตซ่อนรักสอนให้รู้ว่าความใจเย็นสำคัญแค่ไหนเวลาที่มีปัญหาพระเอกไม่ใช้อารมณ์เลยพยายามใช้เหตุผลคุยจนนางเอกใจอ่อนลงได้คนดูอย่างเราเลยรู้สึกภูมิใจแทนพวกเขาด้วยที่ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยกันอย่างสวยงาม
ชอบตรงที่เรื่องไม่เร่งรีบเกินไปให้เวลาตัวละครได้แสดงอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ทุกการเคลื่อนไหวในพรหมลิขิตซ่อนรักมีความหมายหมดเลยแม้แต่การขยับมือเล็กน้อยก็สื่อถึงความกังวลใจได้คนแสดงเก่งมากค่ะทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ตรงหน้าเลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆลองมาดูกันแล้วจะรู้ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้ในกลุ่มคนดูซีรีส์ค่ะ
ฉากกอดตอนท้ายคือรางวัลของคนดูจริงๆหลังจากดูพวกเขานั่งคุยกันมานานสุดท้ายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ความสัมพันธ์ในพรหมลิขิตซ่อนรักดูมีความยั่งยืนมากเพราะพวกเขาพร้อมจะรับฟังกันและกันเสมอพระเอกโอบกอดเธอแน่นมากเหมือนกลัวจะสูญเสียเธอไปอีกเลยคนดูอย่างเราจิกหมอนจนแทบขาดเลยล่ะค่ะอยากให้ฉากนี้ยาวๆเลยดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากจริงๆค่ะ
โดยรวมแล้วเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากทุกฉากเลยโดยเฉพาะฉากนี้ที่แสดงถึงความเข้าใจกันได้อย่างลึกซึ้งที่สุดแล้วในพรหมลิขิตซ่อนรักคนเขียนบทเก่งมากที่สร้างสถานการณ์ให้ตัวละครได้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่คนดูอย่างเราแทบจะลืมหายใจตอนดูเลยเพราะลุ้นมากว่าพวกเขาจะคุยกันรู้เรื่องไหมสุดท้ายก็จบลงด้วยดีทำให้คนดูมีความสุขตามไปด้วยจริงๆค่ะ