ฉากเปิดมาด้วยบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงาน ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องตัดสินใจ สายตาของพนักงานทั้งสองคนเต็มไปด้วยความกังวล ในขณะที่เจ้านายนั่งนิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจ การดำเนินเรื่องใน พรหมลิขิตซ่อนรัก ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากทราบว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง ความดราม่าเริ่มขึ้นแล้วค่ะ ใครที่ชอบแนวสืบสวนสอบสวนห้ามพลาดเรื่องนี้เลยจริงๆ บวกกับการแสดงที่ธรรมชาติมาก ทำให้รู้สึกลุ้นไปตามตัวละครแต่ละคนด้วยค่ะ
ชอบโมเมนต์ที่ผู้ชายใส่แว่นมองเพื่อนร่วมงานมาก มันบอกอะไรได้หลายอย่างโดยไม่ต้องพูดออกมาเลยสักคำ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาดูซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก แน่นอนว่าใน พรหมลิขิตซ่อนรัก ทุกการกระทำมีเหตุผลซ่อนอยู่เสมอ ฉากนี้ทำให้เราเริ่มสงสัยว่าใครกันแน่คือคนร้ายตัวจริง หรือทุกคนแค่กำลังปกป้องความลับบางอย่างเท่านั้นเอง การแสดงสีหน้าละเอียดมากจนเราแทบจะหายใจไม่ทันกันเลยค่ะ
ตัวละครที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานดูน่าเกรงขามมาก แม้จะไม่ได้พูดเยอะแต่ทุกครั้งที่ขยับมือหรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู มันสร้างความกดดันให้คนรอบข้างได้ทันที จุดนี้คือเสน่ห์ของ พรหมลิขิตซ่อนรัก ที่ใช้ภาษากายบอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะๆ เลยก็ทำให้คนดูเข้าใจอารมณ์ของฉากนั้นได้ทันที อยากดูตอนต่อไปมากๆ เพราะอยากรู้ว่าเขาจะจัดการปัญหาอย่างไร
พอตัดฉากมาจากออฟฟิศแล้วมาเจอผู้หญิงสองคนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ บรรยากาศเปลี่ยนไปเลยแต่ความตึงเครียดก็ยังอยู่เหมือนเดิม เสื้อสีขาวกับเสื้อสีเทาตัดกันชัดเจนเหมือนสถานะของตัวละครใน พรหมลิขิตซ่อนรัก เลยค่ะ การดื่มน้ำช้าๆ ของเธอทำให้เรารู้ว่ากำลังมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่นอน ใครที่ชอบเดาเนื้อเรื่องต้องดูเรื่องนี้เลยจริงๆ ค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
ต้องชมการแต่งตัวของตัวละครหญิงในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะชุดสีขาวที่มีโบว์ใหญ่ดูบริสุทธิ์แต่แววตากลับซ่อนอะไรไว้เยอะมาก ความขัดแย้งนี้คือหัวใจหลักของ พรหมลิขิตซ่อนรัก ที่ทำให้คนดูหลงใหลได้ไม่ยากเลยสักนิดเดียว ฉากที่เธอวางแก้วน้ำลงเบาๆ มันสื่อถึงความตัดสินใจที่แน่วแน่แล้วจริงๆ อยากทราบจุดจบของพวกเธอมากว่าใครจะชนะในเกมนี้กันแน่
ดูไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกว่าตัวละครแต่ละคนมีปมในใจทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียวแต่ดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับเรื่องส่วนตัวด้วย ใน พรหมลิขิตซ่อนรัก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานมักจะไม่เรียบง่ายอย่างที่เห็นเสมอไป ฉากที่พวกเขาคุยกันด้วยสีหน้าจริงจังมาก ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าความจริงคืออะไรกันแน่ ใครที่ชอบวิเคราะห์จิตวิทยาตัวละครต้องดูค่ะ
นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องแสดงอารมณ์กดดันโดยไม่ได้ออกเสียงพูดเลยสักคำ มันสื่อออกมาทางสายตาได้ชัดเจนมาก ใน พรหมลิขิตซ่อนรัก เราจะได้เห็นฝีมือการแสดงที่หาชมได้ยากในซีรีส์ทั่วไป ฉากออฟฟิศดูเป็นธรรมชาติมากเหมือนเราแอบไปนั่งดูเขาทำงานจริงๆ เลยค่ะ ประทับใจมากๆ อยากให้รางวัลนักแสดงนำชายเลยจริงๆ ค่ะ
แม้วิดีโอจะไม่มีเสียงแต่จินตนาการได้ว่าถ้ามีเพลงเศร้าๆ คลอมาตอนฉากผู้หญิงคุยกันคงจะพีคมาก ความเงียบในบางช่วงของ พรหมลิขิตซ่อนรัก กลับทำให้เรารู้สึกอึดอัดตามตัวละครไปด้วยเลย นี่คือเทคนิคการเล่าเรื่องที่ดีมากที่คนทำหนังควรเรียนรู้ไว้เลยนะคะ อยากให้เพิ่มฉากแบบนี้มาให้ดูเยอะๆ ค่ะ มันช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมากจริงๆ เลยค่ะ
ดูจากสายตาแล้วเหมือนจะมีใครสักคนที่กำลังถูกหักหลังอยู่แน่ๆ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใครกันแน่ระหว่างผู้ชายใส่สูทหรือผู้หญิงใส่เสื้อขาว ใน พรหมลิขิตซ่อนรัก การหักหลังมักมาจากคนที่ไว้ใจที่สุดเสมอ ฉากนี้ทำให้เราต้องนั่งจับผิดกันแทบทุกเฟรมเลยจริงๆ ใครที่ชอบแนวสืบสวนสอบสวนห้ามพลาดเรื่องนี้เลยจริงๆ ค่ะ รับรองว่าติดงอมแงมแน่นอนค่ะ
ดูจบแล้วก็ยังสงสัยว่าใครกันแน่คือคนเริ่มเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ความสนุกมันอยู่ที่การค่อยๆ แกะปมออกมาทีละนิดใน พรหมลิขิตซ่อนรัก ทำให้เราไม่อยากรีบกดข้ามฉากไหนเลยสักนิดเดียว ฉากสุดท้ายที่ผู้หญิงมองมาที่กล้องทำให้เราขนลุกเลยจริงๆ อยากให้รีบออกตอนใหม่มากๆ เลยค่ะ อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากดูต่อทันทีเลยค่ะ