ฉากเปิดเรื่องทำเอาอึ้งไปเลย เมื่อหมอในชุดสีเขียวสวมหน้ากากอนามัยสีขาวตัดกับชุดโบราณอย่างชัดเจน การดูแลคนป่วยบนเตียงสีฟ้าดูจริงจังมาก แต่พอมองไปรอบๆ กลับเห็นฉากวังหลังที่หรูหรา ราวกับว่าเรื่อง (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง กำลังจะพาเราไปเจอความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในวังแห่งนี้ ความขัดแย้งระหว่างความทันสมัยและโบราณทำให้คนดูต้องจ้องไม่กระพริบตา
ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงสีฟ้าดูมีอาการแปลกๆ เมื่อถูกจับมือแล้วกลับเอามือมาปิดปากตัวเองทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว ราวกับว่าเขารู้บางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ทำได้ดีมากในการสร้างความสงสัยให้คนดู ว่าตกลงแล้วเขาป่วยจริงๆ หรือกำลังแกล้งป่วยเพื่อหลบหนีอะไรบางอย่างกันแน่
จากห้องรักษาผู้ป่วยที่ดูเงียบสงบ ฉากถัดมาตัดไปยังลานวังที่มีผู้คนมากมายแต่งกายอย่างหรูหรา การเปลี่ยนฉากแบบนี้ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งทันที ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่วิ่งเข้ามาดูเร่งรีบมาก ราวกับว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องรายงานให้ผู้ใหญ่ในวังทราบ
หญิงสาวในชุดสีชมพูและเขียวอ่อนที่ปรากฏตัวในลานวังดูสวยงามมาก เครื่องประดับผมที่ประดิดประดอยอย่างวิจิตรบรรจงสะท้อนถึงฐานะที่สูงส่งของเธอ ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ตัวละครหญิงคนนี้ดูจะมีบทบาทสำคัญบางอย่าง สีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลทำให้คนดูอยากรู้ว่าเธอเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรกันแน่
ชายชราในชุดสีดำและทองที่ดูเป็นผู้ใหญ่ในวังมีสีหน้าเคร่งขรึมมาก การที่เขาได้รับรายงานจากชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินแล้วแสดงสีหน้าเปลี่ยนแปลงจากยิ้มเป็นกังวล แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง นั้นร้ายแรงกว่าที่คิดไว้ตอนแรก ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกตึงเครียดตามไปด้วย