ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง บอกเลยว่าบรรยากาศกดดันสุดๆ แค่แววตาของชายหนุ่มที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นหวาดกลัวก็บอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย หญิงสาวที่นั่งนิ่งๆ ดื่มชาอย่างใจเย็นกลับดูน่ากลัวกว่าคนที่ตะโกนเสียอีก การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนจิบชาแล้วมองตามเขาไปช่างเย็นชาและดูลึกลับน่าค้นหาจริงๆ
ใครจะคิดว่าแค่ส่งจดหมายฉบับเดียวจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปขนาดนี้ ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ฉากที่หญิงสาวส่งจดหมายให้ชายหนุ่มแล้วเขาอ่านเสร็จรีบวิ่งหนีทันทีมันตลกแต่ก็แฝงความน่ากลัว เขาอาจจะรู้ความลับบางอย่างที่ทำให้ต้องรีบหนีตายก็ได้ ส่วนนางเอกที่ยิ้มมุมปากตอนเขาวิ่งออกไปนั่นคือสัญญาณอันตรายชัดๆ
ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่อง (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ที่ละเอียดอ่อนมาก ชุดสีฟ้าของนางเอกดูสวยสง่าแต่กลับตัดกับบุคลิกที่ดูเย็นชาและน่ากลัว การแต่งหน้าและเครื่องประดับศีรษะที่วิจิตรบรรจงช่วยเสริมให้ตัวละครดูมีอำนาจและน่าเกรงขาม ยิ่งตอนเธอจิบชาแล้วจ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่า ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวสันหลังเลย
ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สร้างดราม่าได้ ใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง นางเอกแทบไม่ได้พูดอะไรเลยแต่กลับคุมฉากได้ทั้งหมด เพียงแค่การยื่นจดหมายและการจิบชาอย่างช้าๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ความเงียบของเธอเสียงดังกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ทั้งสิ้น ช่างเป็นตัวละครที่ทรงพลังจริงๆ
ชอบโมเมนต์ที่นางเอกใน (พากย์เสียง) หมอสูติคุมวังหลัง ยิ้มตอนชายหนุ่มวิ่งออกไป มันไม่ใช่รอยยิ้มที่มีความสุขแต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่วางแผนทุกอย่างสำเร็จแล้ว เธอรู้ว่าเขาต้องหนีและเธอเองก็พอใจกับผลลัพธ์นั้น การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนขนาดนี้หาชมได้ยากในซีรีส์ทั่วไป ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าเธอวางแผนอะไรไว้