ชอบบรรยากาศการพูดคุยของกลุ่มตัวละครมาก แม้โลกจะล่มสลายแต่พวกเขายังมีมุกตลกและเสียงหัวเราะ ฉากที่ชายหนวดเครากระซิบกระซาบกับเพื่อนแล้วทำหน้าตกใจคือความฮาที่แทรกมาได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ไม่ได้มีแค่การต่อสู้ แต่ยังเน้นความสัมพันธ์ของเพื่อนพ้องที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นใจท่ามกลางความหนาวเหน็บของวันสิ้นโลก
พระเอกใส่เสื้อลายฮาวายดูชิลล์มากแต่แฝงความอันตราย สายตาที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรืองแสงตอนใช้พลังคือหล่อทะลุจอ! คู่หูอีกสองคนก็ดูแข็งกร้าวมีสไตล์นักรบยุคใหม่ การพบกันบนสะพานที่ขาดวิ่นในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก สร้างความตึงเครียดได้ดีมาก อยากรู้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันทำอะไรต่อ และกล่องใบนั้นยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง
ตอนเห็นกองผักผลไม้กองโตแล้วเพื่อนสองคนทำหน้าช็อกเป็นการ์ตูนช่องคือขำไม่หยุด! ผู้สร้างรู้จังหวะการใส่ความตลกได้ดีมาก ไม่ให้เรื่องเครียดเกินไป ฉากที่ชายหนวดเครายิ้มเขินตอนเห็นมันฝรั่งลอยรอบตัวคือความน่ารักที่คาดไม่ถึง ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก เรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่าแม้สถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน มุกตลกก็ช่วยกู้สถานการณ์และหัวใจคนดูได้เสมอ
งานภาพฉากหลังทำออกมาได้ละเอียดมาก ซากตึกและรถที่ปกคลุมด้วยต้นไม้สื่อถึงกาลเวลาที่ผ่านไป แสงแดดที่ส่องผ่านสะพานสร้างบรรยากาศที่ทั้งสวยและเหงาจับใจ การที่ตัวละครมาเจอกันในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก บนเส้นทางที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้รู้สึกเหมือนพวกเขากำลังเดินทางค้นหาความหวังใหม่ๆ การออกแบบตัวละครและฉากผสมผสานกันได้อย่างลงตัวมาก
ฉากที่พระเอกเรียกผักผลไม้จากกล่องปริศนาออกมาได้คือจุดพีคที่สุด! เพื่อนร่วมทีมสองคนถึงกับอ้าปากค้าง ความสามารถนี้ในฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ช่างมีประโยชน์สุดๆ ท่ามกลางเมืองร้างที่หาของกินยาก การมีอาหารสดใหม่คือความมั่งคั่งที่แท้จริง ดูแล้วหิวตามแต่ก็ตื่นเต้นไปกับพลังสุดแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน