ชอบตรงที่พระเอกไม่ได้ใช้แค่กำลัง แต่ใช้สมองจัดการระบบฟาร์มพืช เลือกอัปเกรดทุเรียนให้กลายเป็นปืนน้ำแข็งได้ไงเนี่ย! ฉากต่อสู้กับยักษ์ไฟแล้วใช้พืชแช่แข็งศัตรูคือจุดพีคที่สุด ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เล่นเกมจริง แต่สนุกกว่าเพราะมีดราม่าและมิตรภาพแทรกอยู่ตลอดใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างคือความสัมพันธ์ของตัวละคร ไม่ใช่แค่สู้กัน แต่มีการช่วยเหลือและเข้าใจกัน ฉากที่พระเอกยืนกอดอกมองเพื่อนร่วมทีมเตรียมสู้คือภาพที่จำไม่ลืม แม้โลกจะพังแต่ใจคนยังไม่พังตาม ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมาก ใครชอบแนวซึ้งปนแอ็คชั่นต้องดู ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก เลย
งานภาพในเรื่องนี้คือระดับท็อป! ฉากเมืองร้างที่ไฟลุกท่วม ตัดกับฉากพืชสีฟ้าสดใสที่พระเอกเรียกออกมา มันตัดกันสวยมาก แสงเงาและเอฟเฟกต์น้ำแข็งคือละเอียดสุดๆ ดูแล้วเหมือนอยู่ในโลกอนาคตจริงๆ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ทั้งทีมยืนบนยอดเขาใต้ฟ้าผ่า คือภาพที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ดูซ้ำใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก
ตอนแรกนึกว่าจะแค่ปลูกพืชสู้มอนสเตอร์ธรรมดา แต่พอรู้ว่าพืชแต่ละชนิดมีระบบอัปเกรดและต้องใช้คริสตัลเฉพาะทาง คือว้าวมาก! พระเอกฉลาดมากที่เลือกอัปเกรดทุเรียนก่อน เพราะดูน่ารักแต่พลังทำลายล้างสูง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าตัดสินอะไรจากภายนอก เหมือนใน ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก ที่พืชเล็กๆ ก็เปลี่ยนโลกได้
ฉากเปิดเรื่องทำเอาอึ้ง! สองพี่น้องกินมันฝรั่งจนร้องไห้โฮ ความรู้สึกนั้นมันจริงมาก เหมือนเราเคยผ่านความหิวโหยมาด้วยกัน พอพระเอกเปิดกล่องเจอคริสตัลน้ำแข็งแล้วเรียกพืชออกมาสู้ มันส์สุดๆ เรื่อง ฟาร์มพืชเทพ เอสเอสเอส ในวันสิ้นโลก เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก จากดราม่าเล็กๆ กลายเป็นศึกใหญ่ระดับเมืองพังพินาศ