ต้องขอชมทีมคอสตูมจริงๆ ที่เนรมิตแฟชั่นยุค ๘๐ ออกมาได้สวยงามขนาดนี้ ชุดสีส้มกำมะหยี่ของนางเอกตัดกับชุดทหารสีเขียวของพระรองได้อย่างลงตัว ฉากที่นางเอกเดินบนชานชาลาแล้วทหารทุกคนหันมามองพร้อมกัน มันคือโมเมนต์ที่สวยและทรงพลังมาก การแต่งกายไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่บอกเล่าสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี ดูแล้วอยากย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศแบบใน รักคนผิดในวันวาน บ้างจัง
ฉากการเผชิญหน้าระหว่างพระเอกกับพ่อในสถานีรถไฟคือฉากที่บีบหัวใจที่สุดแล้ว สีหน้าของพ่อที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธ ตัดกับสายตาที่สั่นเครือของลูกชาย มันสื่อถึงความขัดแย้งระหว่างความรักส่วนตัวกับหน้าที่การงานได้ชัดเจนมาก การที่พ่อหยิบยื่นเอกสารการยกเลิกแต่งงานให้ลูกชาย มันเหมือนการตัดขาดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิง ดูแล้วน้ำตาซึมจริงๆ กับปมดราม่าใน รักคนผิดในวันวาน
ฉากที่พระรองในชุดทหารเดินเข้ามาพร้อมเหรียญตราบนอกเสื้อ มันดูเท่และน่าเกรงขามมาก ท่าทางการเดินที่มั่นคงและสายตาที่มุ่งมั่น บอกเล่าเรื่องราวของชายชาติทหารได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ฉากที่เขาเดินเข้าไปหานางเอกแล้วรับกระเป๋าจากมือเธอ มันคือโมเมนต์ที่โรแมนติกและอบอุ่นหัวใจมาก แม้จะไม่มีบทพูดเยอะ แต่ภาษากายของเขาก็บอกทุกอย่างแล้ว ว่าเขารักเธอมากแค่ไหนใน รักคนผิดในวันวาน
การที่พระเอกต้องมาเจอใบสมัครแต่งงานที่ถูกยกเลิกในซองจดหมาย มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลยนะ ความรู้สึกช็อกและสับสนที่ปรากฏบนใบหน้าของเขา มันทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังการยกเลิกครั้งนี้มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง เป็นความเข้าใจผิดหรือมีใครบางคนแทรกแซงกันแน่ ฉากนี้ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนทุกฉากก่อนหน้านี้ว่ามีความหมายอะไรซ่อนอยู่บ้าง ความลึกลับแบบนี้แหละที่ทำให้ รักคนผิดในวันวาน น่าติดตาม
การถ่ายทำที่สถานีรถไฟเก่าทำให้ได้บรรยากาศย้อนยุคที่สมจริงมาก รางรถไฟเก่าๆ รถไฟสีเขียวขี้ม้า และชานชาลาที่มีผู้คนพลุกพล่าน มันพาเรากลับไปยังยุค ๘๐ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ฉากที่ทหารเดินแถวมาต้อนรับนางเอก มันยิ่งใหญ่อลังการมาก แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้ภาพดูสวยงามและมีมิติ การออกแบบฉากและสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนี้ทำได้ดีมาก จนทำให้เราหลงรักบรรยากาศใน รักคนผิดในวันวาน