ชอบตรงที่ตัวเอกไม่ได้ทำตัวเป็นฮีโร่จ๋าๆ แต่เลือกสะสมค่าความชั่วเพื่อแลกกับพลังที่แข็งแกร่งขึ้น การได้สกิลระดับสูงสุดอย่างเก้าอุบายวิญญาณมาครอง ทำให้เขากลายเป็นจอมมารที่ควบคุมฝูงอสูรได้ดั่งใจ ฉากที่เขายืนอยู่ท่ามกลางพายุทมิฬแล้วสั่งให้กองทัพปีศาจลุกขึ้นสู้ใหม่ มันเท่และดาร์กมาก เหมาะกับคนที่เบื่อบทพระเอกผู้ดี
ฉากต่อสู้ในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำออกมาได้มันส์หยดติ๋ง ทั้งสาวผมม่วงที่ฟาดฟันอสูรด้วยดาบแสง และสาวผมทองที่พุ่งหอกน้ำแข็งใส่ศัตรูอย่างแม่นยำ แต่จุดพีคที่สุดคือตอนที่พระเอกเรียกพายุหมุนดูดวิญญาณอสูรที่ตายแล้วให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นกองทัพส่วนตัว ภาพฝูงอสูรเดินทัพไปท่ามกลางลาวาช่างน่าเกรงขามจริงๆ
ฉากที่พระเอกได้รับรางวัลเป็นกล่องทองคำหลังจากทำภารกิจสำเร็จ ช่างน่าตื่นเต้นเสียเหลือเกิน แสงสีทองที่ส่องประกายออกมาจากกล่องสื่อถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง การที่เขาสามารถเปลี่ยนจากคนธรรมดาให้กลายเป็นผู้ควบคุมพลังมืดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เนื้อเรื่องเดินเร็วและไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร โดดเด่นคือคอนเซปต์การปลุกชีพกองทัพอสูรที่ตายแล้วให้กลับมาสู้ต่อ ฉากที่อสูรจำนวนมากลุกขึ้นจากพื้นดินท่ามกลางสายฟ้าฟาดและพายุทมิฬ สร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้กับฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างดี พระเอกของเราช่างมีแผนการที่ลึกซึ้งและโหดเหี้ยมสมกับเป็นตัวร้ายที่คนดูเอาใจช่วย
บรรยากาศในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ช่างน่าตื่นเต้นมาก ฉากภูเขาไฟที่ลาวาไหลทะลักตัดกับภาพนางเอกที่ถูกมัดไว้บนยอดเขา สร้างความกดดันให้ผู้ชมสุดๆ การที่พระเอกปล่อยพลังลมหมุนเพื่อช่วยเธอออกมาได้ทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจที่ไม่ธรรมดา ใครที่ชอบฉากแอ็คชั่นดราม่าต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลย