ชอบตรงที่ฉากต่อสู้ไม่ได้เน้นแค่ความรุนแรง แต่มีชั้นเชิงทางอารมณ์ซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่ตัวละครออกหมัด มันเหมือนกำลังระบายความอัดอั้นตันใจบางอย่างออกมา ฉากที่พระเอกเดินผ่านกลุ่มเพื่อนแล้วทุกคนถอยหลังให้คือจุดพีคที่สุด แสดงให้เห็นถึงบารมีที่ไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกอินกับบรรยากาศโรงเรียนต่อสู้แบบนี้มาก
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แม้จะดูเหมือนเป็นคู่กัดกันแต่จริงๆ แล้วมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น ฉากที่ตัวละครหนึ่งล้มลงแล้วอีกคนยื่นมือไปช่วยคือโมเมนต์ที่ทำให้ใจละลายเลย การดำเนินเรื่องใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำได้ดีมากตรงที่ไม่ได้ทำให้ใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกชัดเจน แต่ให้คนดูตัดสินเอง
ต้องชมทีมออกแบบตัวละครจริงๆ เพราะแต่ละคนมีเอกลักษณ์จนจำได้หมดตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น รอยสัก แว่นตา ทรงผม ทุกอย่างบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครได้โดยไม่ต้องมีบทพูด ฉากที่พระเอกถอดแจ็คเก็ตแล้ว lộรอยสักคือช็อตที่ทำให้สาวๆ กรี๊ดสนั่นเลย การแต่งตัวของแต่ละคนก็สะท้อนบุคลิกได้ชัดเจนมาก ดูแล้วอยากมีเสื้อผ้าแบบนั้นบ้าง
ดูเรื่องนี้แล้วแทบไม่ได้หายใจเลยเพราะทุกฉากคือจุดพีคทั้งสิ้น จากฉากนั่งคุยธรรมดาๆ กลายเป็นการต่อสู้สุดมันส์ภายในไม่กี่วินาที การตัดต่อทำได้ดีมากจนไม่รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ฉากสุดท้ายที่พระเอกหันมายิ้มแล้วชี้มือมาที่คนดูคือช็อตที่ทำให้ใจหยุดเต้นเลย เรื่อง รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าอนิเมะต่อสู้สมัยนี้พัฒนาไปไกลมาก
ฉากเปิดเรื่องทำให้ขนลุกทันทีเมื่อเห็นกลุ่มเด็กหนุ่มนั่งเรียงกันด้วยความมั่นใจ แต่พอเริ่มต่อสู้เท่านั้นแหละ ทุกคนถึงได้รู้ว่าใครคือของจริง การเปลี่ยนจากท่าทางสบายๆ เป็นสีหน้าจริงจังของพระเอกช่างน่าทึ่งมาก เหมือนกับว่าเขากำลังปลดล็อกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในตัว เรื่อง รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้ชัดเจนมากผ่านสายตาที่เปลี่ยนไป