ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบสุขสมบูรณ์ธรรมดา แต่พอเห็นฉากสุดท้ายที่พระเอกนั่งลบข้อความในมือถือเท่านั้นแหละ ขนลุกซู่เลย! ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนหวานชื่นกลับกลายเป็นเกมลวงที่วางแผนไว้อย่างดี เรื่องรอยแค้นข้ามชาติ เล่นกับความรู้สึกคนดูเก่งมาก จากฉากกอดที่ดูอบอุ่นกลายเป็นความเย็นชาในพริบตาเดียว ช่างเป็นพล็อตที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ
ต้องยกนิ้วให้ชุดเดรสลายดอกไม้ของนางเอกที่ใส่ในเรื่องรอยแค้นข้ามชาติ สวยสง่าแต่แฝงไปด้วยความอันตราย แววตาที่มองพระเอกตอนแรกดูอ่อนโยน แต่พอหันหลังให้ปุ๊บ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที การแสดงระดับนี้ทำให้คนดูรู้สึกหวาดระแวงไปกับตัวละครด้วย ไม่รู้ว่าเธอวางแผนอะไรไว้กันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเธอคุมเกมอยู่ฝ่ายเดียว
ชอบฉากที่ทั้งสองคนยืนนิ่งๆ ในห้องโดยไม่มีบทพูด แต่สายตาที่ส่งหากันมันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้ชัดเจนมาก ในรอยแค้นข้ามชาติ ผู้กำกับใช้ภาษากายได้ดีเยี่ยม แค่การเอื้อมมือไปจับไหล่หรือการถอนหายใจเบาๆ ก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที คนดูไม่ต้องฟังคำอธิบายก็เข้าใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของคู่นี้ได้เป็นอย่างดี
ดูไปก็ลุ้นไปว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่าในเรื่องรอยแค้นข้ามชาติ ฉากที่นางเอกรับของขวัญแล้วยิ้มอย่างมีความสุข แต่พอพระเอกหันหลังให้ก็รีบโทรหาใครบางคนทันที มันชัดเจนว่าเธอมีแผนการบางอย่าง การแสดงที่เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วขนาดนี้ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา อยากรู้ว่าตอนจบใครจะเจ็บปวดกว่ากัน
สังเกตไหมว่าในฉากที่พระเอกมอบของขวัญ มือของนางเอกที่รับกระเป๋านั้นสั่นเล็กน้อย ทั้งที่พยายามทำสีหน้าเรียบเฉย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ในเรื่องรอยแค้นข้ามชาติ ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น มันบอกใบ้ว่าเธออาจจะไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงออกมา หรืออาจจะกำลังตื่นเต้นกับแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้นกันแน่ ช่างเป็นฉากที่ดูง่ายแต่ตีความได้หลายแง่มุม