ชอบจังหวะการตัดสลับระหว่างสีหน้าของหนุ่มเสื้อขาวกับหนุ่มนักสู้ มันสื่อถึงความตึงเครียดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ การที่ฝ่ายหนึ่งดูมั่นใจส่วนอีกฝ่ายดูท้าทาย ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ การแสดงสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนละเอียดมาก โดยเฉพาะตอนที่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาเหมือนกำลังประกาศสงคราม เรื่อง ราชันมาเฟีย นี้เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งจริงๆ
ผู้กำกับรู้จังหวะในการซูมเข้าที่ใบหน้าตอนตัวละครกำลังคิดหรือตัดสินใจได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่หนุ่มเสื้อคลุมเดินเข้ามาแล้วทุกคนหันมามอง แสงไฟในห้องโถงช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูขลังและทรงพลัง การแต่งกายของตัวละครหญิงทั้งสองคนที่ดูหรูหราตัดกับชุดฝึกซ้อมของผู้ชาย ทำให้เห็นความแตกต่างของสถานะได้ชัดเจน ดูแล้วติดใจจนต้องกดดูตอนต่อไปใน ราชันมาเฟีย ทันที
นอกจากตัวเอกแล้ว กลุ่มคนที่แต่งชุดดำยืนเรียงแถวอยู่ด้านหลังก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นทางการและน่าเกรงขามขึ้นมาก เหมือนเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับพิธีการสำคัญบางอย่าง สีหน้าของสาวๆ ที่เปลี่ยนจากตกใจมาเป็นจริงจัง บอกใบ้ว่าเรื่องนี้อาจมีปมดราม่าซ่อนอยู่ การดำเนินเรื่องใน ราชันมาเฟีย ไม่เร่งรีบแต่ค่อยๆ ปล่อยข้อมูลให้คนดูได้คิดตาม
ชอบคาแรคเตอร์ของหนุ่มเสื้อคลุมที่เปิดอกโชว์หุ่นล่ำแต่ยังคงความสุภาพในการวางท่าทาง การที่เขาไม่พูดเยอะแต่ใช้สายตาและภาษากายสื่อสาร ทำให้ดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มาก ส่วนหนุ่มเสื้อขาวที่ดูวัยรุ่นกว่าก็ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเรื่องราวได้ดี ความขัดแย้งระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องแบบนี้ทำให้พล็อตเรื่อง ราชันมาเฟีย น่าติดตามขึ้นเยอะเลย
แค่ฉากแรกก็ดึงดูดสายตาแล้ว การปรากฏตัวของตัวละครในชุดนักสู้พร้อมผ้าคลุมเท่ๆ สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา ปฏิกิริยาของสาวๆ ที่ยืนมองด้วยสายตาตกตะลึงผสมความสนใจ บอกเลยว่าเคมีระหว่างตัวละครเริ่มทำงานทันที ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ฉากนี้ใน ราชันมาเฟีย ทำได้ดีมากในการปูพื้นความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดขึ้น