ฉากเปิดมาคือช็อกมากเลยค่ะเห็นดาบปักอกเจ้าบ่าวผมทองแล้วใจหายวาบเจ้าสาววิ่งเข้าไปหาทั้งน้ำตาแสดงว่ารักกันมากแค่ไหนแต่ชายชุดเทากลับยืนยิ้มอย่างเย็นชาดวงตาสีส้มแปลกประหลาดทำให้รู้ว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาเนื้อหาในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมากฉากหลังเป็นหาดทรายตอนพระอาทิตย์ตกสวยงามแต่กลับมีความตายซ่อนอยู่อยากติดตามต่อว่าเจ้าสาวจะเลือกทางไหนระหว่างความรักและความปลอดภัยที่อันตรายแบบนี้
ชอบการดำเนินเรื่องที่เร็วและกระชับมากไม่มีการยืดเยื้อให้เสียอารมณ์ฉากที่เจ้าสาวถือสร้อยพระจันทร์ขึ้นมานั้นสำคัญมากแน่ๆคงเป็นกุญแจสำคัญบางอย่างในเรื่องวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าที่คนดูต้องจับตามองการแสดงของนักแสดงทุกคนดูอินมากโดยเฉพาะฉากที่เจ้าสาวเอาดาบจี้คอชายชุดเทาแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆแม้จะเสียใจแค่ไหนก็ตามฉากจบที่โรงพยาบาลทำให้สงสัยว่าเธอเจ็บป่วยหรือถูกสาปกันแน่ต้องรอดูในแอปเน็ตสั้นต่อ
บรรยากาศงานแต่งที่ควรจะเป็นความสุขกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลือดสาดทันทีผู้กำกับเลือกมุมกล้องได้เฉียบคมมากตอนเห็นเลือดซึมผ่านเสื้อสูทสีเขียวฉากนี้ในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าทำเอาคนดูหายใจไม่สะดวกเลยจริงๆชายชุดเทาดูเหมือนจะมีพลังพิเศษบางอย่างที่ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดในขณะที่เจ้าบ่าวผมทองนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นทรายความขัดแย้งระหว่างตัวละครสามคนนี้เป็นหัวใจหลักที่ดึงดูดให้คนดูติดหนึบจนวางไม่ลงเลยล่ะค่ะ
ความสัมพันธ์สามเส้านี้ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มากเจ้าสาวดูเหมือนจะถูกบังคับหรือมีข้อตกลงบางอย่างกับชายชุดเทาการที่เธอถือดาบขึ้นมาข่มขู่เขาแสดงว่าเธอพร้อมจะสู้เพื่อปกป้องคนที่รักแม้ฉากหลังจะสวยงามแต่เนื้อหาในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่ากลับมืดมนและเต็มไปด้วยปริศนาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายดูหรูหราเข้ากับบทบาทตัวละครมากโดยเฉพาะชุดเจ้าสาวที่เปื้อนเลือดสร้างความแตกต่างที่น่าสนใจมากจริงๆ
ฉากที่ชายชุดเทาอุ้มเจ้าสาวไปทั้งที่เธอขัดขืนนั้นแสดงถึงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนเขาไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนง่ายๆแน่นอนเรื่องราวในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าน่าจะเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์หรือคำสาปโบราณบางอย่างสังเกตจากดวงตาที่เปลี่ยนสีและพละกำลังที่เหนือมนุษย์ฉากโรงพยาบาลตอนจบยิ่งทำให้สงสัยใหญ่ว่าเธอปลอดภัยจริงหรือไม่หรือกำลังถูกควบคุมตัวไว้เพื่อการรักษาพิเศษบางอย่างที่มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้
ชอบรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างสร้อยคอรูปพระจันทร์ที่เจ้าสาวถือไว้แน่นมันคงมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าเครื่องประดับทั่วไปแน่นอนในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าทุกอุปกรณ์ดูเหมือนจะถูกใช้เพื่อเล่าเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพฉากที่เจ้าบ่าวผมทองพยายามเอื้อมมือมาจับเจ้าสาวก่อนจะหมดสติไปนั้นเรียกน้ำตาได้มากทีเดียวความรักที่ต้องแลกด้วยเลือดแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วยจริงๆค่ะ
การแสดงสีหน้าของเจ้าสาวเปลี่ยนจากความสุขเป็นความทุกข์ทรมานได้อย่างน่าประทับใจมากเธอต้องตัดสินใจยากลำบากระหว่างชีวิตของคนรักกับความปลอดภัยของตัวเองเนื้อหาในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าเล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากฉากที่เธอกรีดร้องออกมาตอนถือสร้อยขึ้นสูงนั้นแสดงถึงความสิ้นหวังอย่างสุดขีดชายชุดเทาดูเหมือนจะพอใจกับความทุกข์ของเธอซึ่งทำให้คนดูรู้สึกโกรธแทนตัวละครหลักอย่างมากเลย
ฉากต่อสู้ทางอารมณ์ระหว่างเจ้าสาวและชายชุดเทานั้นดุเดือดไม่แพ้ฉากแอคชั่นเลยการที่เธอเอาดาบจี้คอเขาแต่เขายังยิ้มได้แสดงว่าเขามั่นใจมากว่าเธอไม่กล้าทำจริงเรื่องราวในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าเต็มไปด้วยเกมจิตวิทยาที่ซับซ้อนแสงสีตอนพระอาทิตย์ตกช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูโรแมนติกแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกันอยากแนะนำให้เพื่อนๆลองเข้าไปดูในแอปเน็ตสั้นเพราะภาพสวยมากจริงๆ
ตัวละครชายชุดเทาดูมีเบื้องหลังที่มืดมนมากเขาอาจจะเป็นผู้นำของกลุ่มอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าสาวการที่เจ้าบ่าวผมทองถูกจัดการได้ง่ายๆแสดงว่าศัตรูคนนี้เก่งกาจมากในวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าเราจะได้เห็นพลังอำนาจที่ทับซ้อนกันอยู่ฉากจบที่เธออยู่บนเตียงโรงพยาบาลโดยมีหมอคอยยืนดูอยู่ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนเธอเป็นหนูทดลองบางอย่างที่น่ากลัวและน่าสงสารในเวลาเดียวกันค่ะ
โดยรวมแล้วชอบพล็อตเรื่องนี้มากเพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่างานแต่งจะจบแบบนี้การหักมุมตอนชายชุดเทาแสดงดวงตาสีส้มออกมานั้นทำให้เรื่องเปลี่ยนแนวทันทีจากดราม่าเป็นแฟนตาซีวิ่งหนีจากชีวิตอัลฟ่าเป็นชื่อที่เข้ากับเนื้อหาได้ดีมากเพราะดูเหมือนเจ้าสาวจะต้องหนีจากชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้ฉากต่างๆตัดต่อได้ลื่นไหลไม่สับสนคนดูสามารถติดตามเรื่องราวได้ง่ายแม้จะมีความซับซ้อนของตัวละครก็ตาม