ชอบฉากที่ขุนนางชุดน้ำตาลยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะพูดคุยกับขุนนางชุดแดง มันดูเหมือนการเจรจาปกติแต่แฝงไปด้วยการข่มขู่และการต่อรองอำนาจ บรรยากาศในห้องโถงที่ดูหรูหราแต่กลับมีความอันตรายซ่อนอยู่ทุกมุม ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูเกมหมากรุกที่มีชีวิตในศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน การแสดงสีหน้าของนักแสดงทำให้เราอินไปกับความระแวงนั้นมาก
ฉากที่ชายชุดทองถูกดึงออกจากคุกแล้วมีชายชุดม่วงพยายามจะคว้าขาแต่ไม่สำเร็จ ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความสิ้นหวังได้ชัดเจนมาก แม้จะอยู่ในชุดหรูหราแต่เมื่อตกอับก็ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมากในฉากนี้ ทำให้เรารู้สึกสงสารแต่ก็รู้ว่านี่คือกฎของเกมการเมืองที่โหดร้าย
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมในศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน ที่ใช้สีของชุดบอกสถานะและบทบาทได้ชัดเจนมาก ชุดแดงดูมีอำนาจ ชุดเขียวดูเยือกเย็นแต่แฝงความน่ากลัว ส่วนชุดทองที่ดูหรูหราแต่กลับอยู่ในคุก มันเป็นการเสียดสีสถานะได้อย่างเจ็บแสบ รายละเอียดลายปักบนเสื้อแต่ละตัวก็วิจิตรบรรจงมาก ทำให้การดูแต่ละฉากเหมือนได้ชมงานศิลปะที่มีชีวิต
สิ่งที่ชอบที่สุดในคลิปนี้คือการใช้ภาษากายแทนคำพูด โดยเฉพาะฉากที่ขุนนางชุดเขียวชี้สั่งการแล้วทหารรีบปฏิบัติตามทันที มันแสดงให้เห็นถึงบารมีที่สั่งสมมาโดยไม่ต้องตะโกน ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน สร้างตัวละครที่มีมิติมาก แค่การขยับคิ้วหรือการหันหลังก็บอกอารมณ์ได้หมด ทำให้คนดูไม่ต้องรอคำบรรยายก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
ฉากในคุกทำออกมาได้บรรยากาศมาก แสงที่ลอดผ่านลูกกรงไม้สร้างเงาที่ดูหดหู่และอึดอัด กลิ่นอายของความสกปรกและความสิ้นหวังดูเหมือนจะลอยออกมาจากหน้าจอ ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน ไม่ได้ออกแบบฉากมาแค่ให้ดูสวยแต่เน้นความสมจริงของสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดไปกับตัวละครที่ถูกขังอยู่ด้วย