ไม่เคยเห็นฉากไหนที่ผู้ชายมีอำนาจร้องไห้เพราะความสงสารลูกน้องได้ซึ้งขนาดนี้มาก่อน น้ำตาที่ไหลออกมาขณะดึงไม้ไผ่ออกมานั้นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกว่าผู้นำที่ดีต้องมีความรู้สึกต่อผู้คน ไม่ใช่แค่สั่งการอย่างเดียว
โทนสีของเรื่องนี้ออกจะหม่นๆ ทึมๆ ตลอดเวลา ซึ่งเข้ากับเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการเมืองในวังได้ดีมาก แสงเงาที่จัดวางอย่างประณีตทำให้ทุกฉากดูมีน้ำหนักและน่าติดตาม ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน ใช้ภาพเล่าเรื่องได้เก่งมากโดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะๆ
การปะทะกันระหว่างชายหนุ่มไฟแรงกับชายชราผู้มีประสบการณ์นั้นสะท้อนความขัดแย้งของคนสองรุ่นได้ดีมาก คนหนึ่งอยากเปลี่ยนแปลง อีกคนอยากคงไว้ซึ่งระเบียบ ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน นำเสนอประเด็นนี้ได้ลึกซึ้งโดยไม่ตัดสินว่าใครถูกใครผิด ทำให้คนดูได้คิดตาม
ชอบตรงที่เรื่องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลายปักบนเสื้อผ้า เครื่องประดับบนศีรษะ หรือแม้แต่ท่าทางการเดินของตัวละคร สิ่งเหล่านี้บอกสถานะและบุคลิกของตัวละครได้โดยไม่ต้องอธิบาย ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน ทำได้ดีมากในเรื่องการผลิตที่ประณีต
รู้สึกได้ว่าเรื่องกำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากฉากที่มีการวางแผนลับและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ศึกชี้ชะตาพิทักษ์แผ่นดิน สร้างความตื่นเต้นได้ดีมาก ทำให้เราไม่อยากรอชมตอนต่อไปเลย อยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมอำนาจนี้