ฉากเปิดเรื่องด้วยสัญลักษณ์มงคลสีแดง แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดจนน่ากลัว การที่เจ้าบ่าวถูกปิดตาและเจ้าสาวคลุมหน้า ทำให้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติซ่อนอยู่ภายใต้พิธีกรรมที่สวยงาม เรื่องราวในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ ชวนให้สงสัยว่าทั้งคู่กำลังถูกบังคับหรือมีแผนการอะไรบางอย่าง
ฉากย้อนอดีตที่ทั้งคู่เคยหวานชื่น ตัดสลับกับปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการหักหลัง ทำให้เห็นพัฒนาการของตัวละครได้ชัดเจน การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนจับดาบสื่อถึงความเจ็บช้ำใจที่ต้องหันมาต่อสู้กับคนรัก เรื่องราวในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ สะท้อนให้เห็นว่าความรักบางครั้งก็นำมาซึ่งหายนะ
โทนสีแดงในงานแต่งที่ปกติหมายถึงความมงคล แต่ในเรื่องนี้กลับดูเหมือนเลือดและความอันตราย การออกแบบเครื่องแต่งกายที่วิจิตรบรรจงตัดกับความโหดร้ายของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่เห็นสีแดง เรื่องราวในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ ใช้สีได้เก่งมากในการสื่ออารมณ์
การที่นางเอกต้องเปลี่ยนจากเจ้าสาวผู้เรียบร้อยมาเป็นนักรบผู้ถือดาบ แสดงให้เห็นถึงปมแค้นที่สะสมมานาน การทำลายหีบศพหรือแท่นบูชาในฉากสุดท้ายเหมือนเป็นการประกาศสงครามอย่างชัดเจน เรื่องราวในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ ทำให้คนดูรู้สึกสะใจแทนนางเอกที่ต้องลุกขึ้นมาสู้
แม้เจ้าบ่าวจะถูกปิดตา แต่การกระทำและน้ำเสียงของเขาบอกถึงความกังวลและความรักที่มีอยู่ ในขณะที่นางเอกแม้จะคลุมหน้า แต่แววตาที่มองผ่านผ้าบางๆ สื่อถึงความสับสนและเจ็บปวด การแสดงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ ทำได้ดีมากจนไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ