ฉากงานแต่งในเรื่องสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ นี้ช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน เจ้าสาวชุดแดงดูเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย ส่วนหญิงชุดเขียวกลับยิ้มแย้มอย่างมีเลศนัย บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยทหารถือดาบ ทำให้รู้สึกเหมือนงานมงคลที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบ การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ
จุดที่น่าสนใจที่สุดในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ คือเจ้าบ่าวที่สวมชุดแดงแต่ปิดตาด้วยผ้าสีแดงตลอดเวลา มันสื่อถึงอะไรกันแน่ เขาถูกบังคับให้แต่งงาน หรือกำลังซ่อนความเจ็บปวดบางอย่าง การที่เจ้าสาวต้องจูงมือเขาเดินท่ามกลางสายตาจับจ้องของหญิงชุดเขียวและทหารรอบด้าน ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความขัดแย้งในใจได้ชัดเจนมาก อยากรู้เหลือเกินว่าใต้ผ้าปิดตานั้นมีน้ำตาหรือไม่
ต้องยกนิ้วให้บทหญิงชุดเขียวในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ เลย รอยยิ้มของเธอไม่ได้แสดงความยินดี แต่กลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและความพอใจเมื่อเห็นเจ้าสาวทุกข์ทรมาน การแต่งกายสีพาสเทลที่ดูอ่อนโยนกลับขัดแย้งกับแววตาที่ดุดัน ฉากที่เธอยืนมองคู่บ่าวสาวด้วยท่าทีเหนือกว่าทำให้คนดูรู้สึกหงุดหงิดตามไปด้วย แสดงให้เห็นถึงพลังของการแสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์ซับซ้อนออกมาได้ดีมาก
การออกแบบเครื่องแต่งกายในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ ทำออกมาได้วิจิตรตระการตามาก โดยเฉพาะชุดสีแดงของคู่บ่าวสาวที่ตัดกับพื้นหลังสีเข้มและชุดสีเขียวอ่อนของหญิงอีกคน สีแดงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความโชคดีเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของเลือด ความเจ็บปวด หรือพันธนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ลวดลายทองบนชุดยิ่งเน้นย้ำถึงความหรูหราที่กดดันตัวละครไว้
ฉากในสุภาพบุรุษผู้ซ่อนใจ นี้สร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยมมาก ห้องโถงกว้างที่ประดับด้วยผ้าสีแดงกลับไม่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่กลับอึดอัดเพราะมีทหารถืออาวุธยืนล้อมรอบทุกทิศทาง แสงสว่างที่ส่องลงมาทำให้เห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของเจ้าสาวได้ชัดเจน ทุกองค์ประกอบในฉากช่วยขับเน้นความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่พิธีแต่งงาน แต่เป็นการประกาศชัยชนะของใครบางคนเหนือหัวใจที่แตกสลาย