ฉากเปิดมาด้วยความเงียบงันแต่เต็มไปด้วยความกดดันอย่างมหาศาล หญิงสาวในชุดนอนสีขาวนั่งกอดเข่าบนเตียงอย่างโดดเดี่ยวคนเดียว แผลรอยช้ำบนใบหน้าและแขนบอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องพูดคำใดเลย การที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านคอมเมนต์เกี่ยวกับ ห้องต้องห้ามของพ่อ ยิ่งทำให้รู้ว่าความลับในบ้านนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ความรู้สึกอึดอัดมันซึมลึกเข้าไปในใจคนดูจริงๆ อยากให้เธอหลุดพ้นจากตรงนี้เร็ว ๆ
ชอบวิธีการเล่าเรื่องผ่านหน้าจอโทรศัพท์มาก มันเหมือนเราได้อ่านความคิดของคนนอกที่คอยวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตของเธออย่างใกล้ชิด แต่ละคอมเมนต์ที่เด้งขึ้นมาเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจเธอ ยิ่งพอเห็นแววตาที่เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความมุ่งมั่นตอนท้ายเรื่อง ห้องต้องห้ามของพ่อ ก็ยิ่งทำให้สงสัยว่าข้างในห้องนั้นซ่อนอะไรไว้กันแน่ อยากดูต่อทันทีว่าความจริงคืออะไรกันแน่
บรรยากาศในห้องนอนโทนสีฟ้าเย็นยะเยือกเข้ากับสถานะของเธอตอนนี้มาก เหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงทองที่สวยงามแต่ไร้ซึ่งอิสระอย่างแท้จริง ฉากย้อนหลังที่แทรกมาแบบเร็วๆ ทำให้เห็นภาพความรุนแรงชัดเจนขึ้นมาก โดยเฉพาะฉากที่ถูกทำร้ายร่างกาย มันเจ็บปวดแทนตัวละครมากจริงๆ อยากรู้ว่าเธอจะหนีจาก ห้องต้องห้ามของพ่อ นี้ไปได้ไหม และใครจะเป็นคนช่วยเธอให้พ้นทุกข์ได้บ้าง
การแสดงของนางเอกดีมาก แค่ขยับตาหรือกัดริมฝีปากก็สื่อความเจ็บปวดได้หมดทุกอย่าง ไม่ต้องร้องไห้โฮก็ทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจได้ลึกซึ้ง เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อที่ดูเหมือนจะรักแต่กลับซ่อนความลับมืดดำไว้ ทำให้ตั้งคำถามว่าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมีจริงหรือไม่ ห้องต้องห้ามของพ่อ เป็นชื่อเรื่องที่สื่อความหมายได้ลึกซึ้งมากจริงๆ อยากให้ทุกคนได้ลองดูเรื่องนี้
จุดพีคคือตอนเธออ่านเจอคอมเมนต์ที่ว่าเธออาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรือพ่ออาจจะมีชู้ซ่อนอยู่ มันเป็นการตอกย้ำความโดดเดี่ยวได้เจ็บปวดมากที่สุดในใจ การที่เธอตัดสินใจโทรออกในตอนท้ายทำให้รู้ว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน อยากรู้ว่าปลายสายคือใครและจะช่วยให้เธอหลุดจาก ห้องต้องห้ามของพ่อ นี้ได้หรือไม่ ลุ้นมากว่าตอนจบจะออกมาเป็นแบบไหนและเธอจะรอดไหม
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างรอยช้ำที่แขนและขา มันไม่ใช่แค่รอยธรรมดาแต่บอกถึงระยะเวลาที่ถูกทำร้ายมาเรื่อยๆ นานมาก การนั่งนิ่งๆ บนเตียงทั้งคืนสะท้อนถึงความหมดหวังได้ดีมาก เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความรุนแรงแต่ยังมีปมด้อยในใจตัวละครด้วย ห้องต้องห้ามของพ่อ ทำให้เราอยากค้นหาความจริงไปพร้อมกับเธอในทุกๆ ตอนของเรื่องนี้
ฉากที่เธอจ้องมองกระจกแล้วเห็นตัวเองสะท้อนออกมา มันเหมือนเธอกำลังถามตัวเองว่าใครกันแน่ที่อยู่ในบ้านนี้หลัง ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกที่ดูผิดปกติทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับธุรกิจที่ล้มเหลวเพราะเธอเกิดมา มันช่างเป็นปมที่ซับซ้อนและบีบคั้นอารมณ์คนดูมาก ห้องต้องห้ามของพ่อ น่าติดตามสุดๆ อยากให้รีบออกตอนใหม่มาไวๆ
การตัดสลับระหว่างปัจจุบันที่เงียบสงบกับอดีตที่วุ่นวายรุนแรงทำได้ดีมากจริงๆ มันช่วยให้เราเข้าใจที่มาที่ไปของความกลัวในดวงตาได้โดยไม่ต้องมีคำบรรยายเยอะแยะ แสงไฟในห้องที่สลัวๆ ยิ่งเพิ่มมิติของความลึกลับให้เรื่องราว อยากให้เธอเปิดประตู ห้องต้องห้ามของพ่อ ออกมาดูความจริงสักทีว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่และใครคือคนร้ายตัวจริง
เรื่องนี้เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก แค่เห็นเธออ่านข้อความแล้วน้ำตาคลอก็ทำให้เราใจสลายตามไปด้วยเช่นกัน คอมเมนต์ในโลกออนไลน์ที่โหดร้ายไม่ต่างจากคนที่ทำร้ายเธอจริงๆ มันสะท้อนสังคมได้ดีมากทีเดียว อยากรู้ว่าสุดท้ายเธอจะเลือกให้อภัยหรือจะตอบโต้กลับ ห้องต้องห้ามของพ่อ คงมีคำตอบรออยู่ตอนจบแน่ๆ รอไม่ไหวแล้วที่จะได้รู้ความจริง
ดูจบแล้วรู้สึกจุกอกมาก ความเงียบในห้องนอนมันดังกว่าเสียงตะโกนเสียอีกจริงๆ เธอต้องแบกรับความลับของครอบครัวไว้คนเดียวมานานแค่ไหนกันแน่ การที่เธอกล้าจะโทรหาใครสักคนในตอนท้ายคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราเอาใจช่วยหวังให้เธอรอดจาก ห้องต้องห้ามของพ่อ นี้ไปได้ด้วยดีจริงๆ เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การดูมากจริงๆ