ดูฉากแรกแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครเลย สีหน้าของสาวชุดเขียวดูมีความทุกข์มาก เหมือนกำลังแบกรับความผิดบางอย่างไว้คนเดียว ส่วนสาวชุดขาวที่นั่งอยู่บนเตียงก็ดูนิ่งจนน่ากลัว บรรยากาศในห้องนอนนี้ช่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นเลยจริงๆ ในเรื่อง ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากนี้ถือว่าเปิดมาได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันทีว่าสรุปแล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิดกันแน่ รู้สึกลุ้นจนตัวเกร็งเลยตอนดูในแอปพลิเคชัน แนะนำให้ดูทีเดียวจบเลยจ้า
ชอบการแสดงสีหน้าของนักแสดงมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องมองตากันแล้วไม่พูดอะไร มันสื่ออารมณ์ได้ดีกว่าคำพูดเยอะเลย สาวชุดเขียวพยายามจะอธิบายอะไรบางอย่างแต่ก็เหมือนทำไม่ได้ ส่วนอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่อยากฟังแล้ว บรรยากาศมันตึงเครียดมากจนคนดูยังรู้สึกหายใจไม่สะดวกเลย ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้มากที่สุด ใครที่ชอบดราม่าหนักๆ ต้องไม่พลาดฉากนี้จริงๆ ค่ะ รับรองว่าดูแล้วจะนอนไม่หลับคิดตามแน่นอน
ฉากที่สาวชุดเขียวเอื้อมมือไปจับมือสาวชุดขาวคือจุดพีคมาก มือที่สั่นเทาบอกความรู้สึกข้างในได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งคู่ดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมาก ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแน่นอน สายตาของอีกฝ่ายที่มองมาก็เต็มไปด้วยความสับสนปนเจ็บช้ำ การแสดงสีหน้าละเอียดอ่อนมาก ทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวของ ห้องต้องห้ามของพ่อ ได้ง่ายมาก ใครที่ชอบดราม่าหนักๆ ต้องไม่พลาดฉากนี้จริงๆ ค่ะ รับรองว่าดูแล้วจะนอนไม่หลับคิดตามแน่นอน
โคมไฟระย้าในห้องนี้สวยมากแต่กลับตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดสุดๆ เลยนะ เหมือนความสวยงามภายนอกซ่อนความเน่าเฟะไว้ข้างใน สาวชุดเขียวพยายามยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นดูเจ็บปวดมาก ในขณะที่คนใส่เสื้อเบจยืนมองอยู่ห่างๆ เหมือนไม่อยากร่วมวงแต่ก็หนีไม่พ้น ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากนี้สื่อถึงความสัมพันธ์สามเส้าได้ชัดเจนมาก คนดูอย่างเราๆ ก็ได้แต่คาดเดาว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิดจริงๆ บรรยากาศอึดอัดมากจนอยากเข้าไปถามเลยเอง
ชุดสีเขียวของตัวละครนี้ดูสวยและอ่อนโยนมาก แต่พอมาดูสีหน้าแล้วกลับตรงข้ามกันเลย เหมือนกำลังจะร้องไห้ทุกเมื่อเลยจริงๆ เครื่องประดับอย่างต่างหูมุกก็ดูแพงแต่กลับทำให้ดูเศร้าลงไปอีก ไม่รู้ว่าเป็นลูกใครหรือมีความสำคัญยังไงในเรื่อง ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากนี้ทำให้เราสงสัยเกี่ยวกับภูมิหลังของตัวละครมากเลย อยากให้รีบเฉลยเร็วๆ ว่าทำไมเธอต้องมาขอโทษแบบนี้บ้าง รู้สึกสงสารจับใจเลยตอนเห็นน้ำตาที่แทบจะไหลออกมา
บางครั้งความเงียบก็ทำร้ายเราได้ดีที่สุด เหมือนฉากนี้ที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแต่ความรู้สึกมันล้นออกมาจนแทบจะทะลุหน้าจอเลย สาวชุดขาวลุกขึ้นมายืนแล้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะให้อภัยหรือจะตัดสัมพันธ์ดี ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ การดำเนินเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูต้องคอยจับผิดทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เลยจริงๆ ใครที่ดูในแอปพลิเคชันจะรู้ว่าฉากนี้สำคัญมากต่อพล็อตเรื่องข้างหน้าแน่นอน
ดูแล้วรู้สึกว่าปมมันซับซ้อนมากเลย ไม่ใช่แค่เรื่องความรักธรรมดาแน่นอน มันดูเหมือนมีเรื่องครอบครัวหรือความลับบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สาวชุดเขียวพยายามจะอธิบายแต่ก็เหมือนมีอะไรมาขัดขวางอยู่ตลอดเวลา ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ แต่ละตอนมันเชื่อมต่อกันได้ดีมาก ทำให้คนดูไม่อยากรอตอนต่อไปเลย อยากดูจบๆ ไปเลยจริงๆ บรรยากาศในห้องนอนนี้มันช่างอึดอัดจนคนดูยังรู้สึกหายใจไม่สะดวกเลยจริงๆ
ชอบมุมกล้องที่จับภาพสีหน้าได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะตอนซูมไปที่ดวงตาของสาวชุดขาว มันบอกเล่าความเจ็บปวดได้หมดเลย ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็เข้าใจเรื่องราวได้ทันที การตัดสลับระหว่างสามตัวละครทำได้ดีมาก ไม่ทำให้คนดูสับสนเลย ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ งานภาพถือว่าทำออกมาได้สวยงามและเข้ากับอารมณ์เรื่องมากเลย ใครที่ชอบดูหนังที่เน้นการแสดงล้วนๆ ต้องชอบเรื่องนี้แน่นอนเลยจริงๆ
ตอนแรกคิดว่าสาวชุดขาวจะโกรธมากแต่พอเห็นสีหน้าแล้วกลับรู้สึกสงสารแทนทั้งคู่เลย ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องหรือเพื่อนกันแน่ แต่ความสัมพันธ์มันลึกซึ้งมากจริงๆ คนใส่เสื้อเบจก็ดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินเรื่องนี้ด้วย ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากนี้เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลยจริงๆ คนดูอย่างเราๆ ก็ได้แต่รอคอยว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง น่าตื่นเต้นมาก
ดูแล้วรู้สึกจุกอกมากเลยกับความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองคนนี้ เหมือนเคยผ่านเรื่องร้ายๆ มาด้วยกันแต่ตอนนี้กลับต้องมาเผชิญหน้ากันแบบนี้ สาวชุดเขียวพยายามจะซ่อมแซมอะไรบางอย่างแต่อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ใน ห้องต้องห้ามของพ่อ ฉากนี้ทำให้เราคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองเลยจริงๆ ใครที่เคยมีประสบการณ์แบบนี้คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีมากๆ เลยทีเดียว แนะนำให้เตรียมทิชชู่ไว้เลยตอนดูฉากนี้ในแอปพลิเคชัน