วินาทีแรกที่พระเอกบีบคอพระนาง มันช่างตึงเครียดจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม แต่พอฉากมังกรฟ้าปรากฏขึ้นเท่านั้นแหละ ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นตะลึงงันทันที เอฟเฟกต์ใน อสูรพิษพลิกสวรรค์ นี่ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์จริงๆ การตัดต่อที่สลับระหว่างความโหดร้ายของมนุษย์กับความงดงามของสัตว์เทพ ทำให้เห็นความขัดแย้งในใจตัวละครได้ชัดเจนมาก
ชอบโมเมนต์ที่พระเอกถูกมังกรพ่นใส่หน้าแล้วไม่ได้โกรธ แต่กลับดูดกลืนพลังนั้นเข้าไป มันสื่อถึงการเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นพลังได้ดีมาก ฉากที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นสีทองแล้วท้องฟ้ามืดครึ้มพร้อมสายฟ้าฟาด คือจุดพีคที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เรื่อง อสูรพิษพลิกสวรรค์ เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก จากฉากดราม่าหนักๆ ก็พาไปสู่มิติแฟนตาซีที่อลังการจนลืมหายใจ
การต่อสู้ระหว่างงูยักษ์กับหงส์ขาวไม่ใช่แค่ฉากแอ็คชั่นธรรมดา แต่มันคือการต่อสู้ของสองพลังที่ขัดแย้งกัน ฉากที่งูกลืนหงส์แล้วพ่นพลังออกมาใส่พระเอก คือสัญลักษณ์ของการส่งต่ออำนาจที่รุนแรงมาก พระนางที่ยืนมองด้วยสายตาตกใจสุดขีด ยิ่งทำให้เรารู้สึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเรื่อง อสูรพิษพลิกสวรรค์ ได้อย่างลึกซึ้ง
ตอนแรกนึกว่าพระเอกจะเป็นฝ่ายถูกกดขี่ แต่พอเห็นฉากที่เขายืนท้าทายฟ้าผ่าด้วยร่างมังกรทอง ก็รู้ทันทีว่านี่คือการกลับด้านสถานการณ์ที่สะใจที่สุด ฉากที่ทุกคนล้มลงกับพื้นเพราะแรงกดดันจากพลังมังกร คือการแสดงให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงเป็นอย่างไร การดำเนินเรื่องใน อสูรพิษพลิกสวรรค์ เร็วและเข้มข้นจนไม่กล้ากระพริบตา
ฉากหลังที่เป็นหิมะขาวโพลนตัดกับเลือดสีแดงของพระนาง มันสวยงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน การที่พระเอกต้องเห็นคนรักบาดเจ็บต่อหน้าต่อตา แล้วตัวเองก็ต้องรับพลังมหาศาลเข้ามา มันคือบททดสอบที่โหดร้ายมาก งานภาพใน อสูรพิษพลิกสวรรค์ สวยทุกเฟรมจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่มังกรทองลอยอยู่กลางวงเวทย์สีทอง มันช่างยิ่งใหญ่เกินคำบรรยาย