แค่ฉากแรกก็เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอสูรพิษพลิกสวรรค์ แล้ว ผู้เฒ่าในชุดขาวกับกระถางสีม่วงที่เปล่งแสงลึกลับ ช่างสร้างบรรยากาศที่ดูขลังและน่าเกรงขามมาก การตัดภาพมาที่พระเอกนอนกองเลือดข้างงูยักษ์ทำให้คนดูรู้สึกสงสารและลุ้นไปกับชะตากรรมของเขาทันที ฉากนี้บอกเลยว่างานภาพอลังการมาก
ชอบรายละเอียดเล็กๆ อย่างฉากโคลสอัพดวงตาที่มีภาพหนังสือทองสะท้อนอยู่ มันสื่อถึงการได้รับพลังหรือความรู้อันยิ่งใหญ่ได้อย่างน่าทึ่ง ในอสูรพิษพลิกสวรรค์ ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พระเอกจากคนที่อ่อนแอกลายเป็นผู้ที่มีพลังพิเศษ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงทำให้เรารู้สึกอินไปกับความเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงนั้น
ฉากที่พระเอกคุกเข่าขอขมาผู้เป็นอาจารย์ช่างสะเทือนใจมาก แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ยังแสดงความเคารพ ซึ่งในอสูรพิษพลิกสวรรค์ ความสัมพันธ์แบบนี้มักจะมีปมดราม่าซ่อนอยู่เสมอ การที่ผู้เป็นอาจารย์ยืนมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความกังวล ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าจริงๆ แล้วท่านอาจารย์คิดอะไรอยู่กันแน่
ฉากที่รอยร้าวสีแดงเพลิงปรากฏบนใบหน้าพระเอกขณะนั่งสมาธิคือจุดพีคมาก มันสื่อถึงการต่อสู้ภายในร่างกายเพื่อควบคุมพลังใหม่ ในอสูรพิษพลิกสวรรค์ การใช้ซีจีเอฟเฟกต์ตรงนี้ออกมาดูสมจริงและไม่รกตา ทำให้เรารู้สึกถึงความทรมานที่ตัวละครต้องเผชิญ เป็นฉากที่แสดงฝีมือการแสดงได้ยอดเยี่ยมมาก
เห็นงูยักษ์นอนกองเลือดแล้วใจสลายมาก พระเอกพยายามเอื้อมมือไปสัมผัสทั้งที่ตัวเองก็บาดเจ็บสาหัส ฉากนี้ในอสูรพิษพลิกสวรรค์ ทำเอาคนดูน้ำตาซึมได้เลย ความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เทพถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก แม้จะไม่มีบทพูดแต่สายตาที่มองกันก็บอกทุกอย่างแล้ว ช่างเป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้จริงๆ