สิ่งที่ชอบที่สุดใน อาวุธลับของนายหญิง คือการใช้ภาพระยะใกล้จับอารมณ์ทางดวงตาของตัวละคร ทุกครั้งที่กล้องซูมเข้าไปที่หน้านางเอก เราจะเห็นความเจ็บปวด ความสับสน และความมุ่งมั่นสลับกันไปมา โดยเฉพาะฉากที่เธอมองพระเอกด้วยสายตาที่เหมือนจะบอกว่าขอโทษ เป็นฉากที่กินใจมากจนต้องดูซ้ำหลายรอบ
ใครจะคิดว่าคนร้ายที่ถือปืนขู่ในตอนแรก จะกลายเป็นคนที่ถูกยิงเสียเองใน อาวุธลับของนายหญิง การพลิกสถานการณ์แบบฉับพลันนี้ทำให้คนดูตกใจมาก แต่พอคิดดีๆ แล้วมันคือผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลที่สุดจากปมดราม่าที่สะสมมาทั้งเรื่อง การเขียนบทที่แน่นขนาดนี้ทำให้ทุกการกระทำของตัวละครมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
หลังจากดู อาวุธลับของนายหญิง จบแล้ว ยังนั่งคิดไม่ตกเลยว่าสุดท้ายแล้วตัวละครจะลงเอยอย่างไร ฉากที่พระเอกยื่นมือไปรับปืนจากนางเอกด้วยความสั่นเครือ มันสื่อถึงอะไรกันแน่? การให้อภัย? การเริ่มต้นใหม่? หรือการจบทุกอย่างลงตรงนี้? ความคลุมเครือแบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำและอยากดูซ้ำเพื่อหาคำตอบ
ภาพตัดสลับระหว่างอดีตที่พระเอกสอนยิงปืนอย่างอ่อนโยน กับปัจจุบันที่เขาต้องคุกเข่าร้องไห้ขอชีวิต เป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก ใน อาวุธลับของนายหญิง เราเห็นพัฒนาการของตัวละครที่ชัดเจน พระเอกพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งความผิดพลาด แม้ตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม ความรักที่ปนเปื้อนด้วยความเจ็บปวดแบบนี้ทำเอาจุกอก
ใครจะคิดว่าฉากสอนยิงปืนในแสงสว่างอบอุ่น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมใน อาวุธลับของนายหญิง การที่พระเอกจับมือนางเอกสอนเล็งเป้าในตอนนั้น ดูเหมือนจะเป็นการสอนป้องกันตัว แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องใช้ทักษะนี้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติและน่าติดตามสุดๆ