บรรยากาศในฉากเปิดเรื่องช่างน่าขนลุกจริงๆ ความเงียบสงัดของขั้วโลกเหนือตัดกับเสียงลมที่พัดกรรโชก ทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวอย่างที่สุด ตัวละครหญิงยืนมองทะเลน้ำแข็งด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เหมือนกำลังรอคอยบางสิ่งที่เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมาถึงหรือไม่ การดำเนินเรื่องใน เกิดใหม่ในนรกขาว ช่วงต้นนี้เน้นการสร้างอารมณ์มากกว่าการเล่าเรื่อง ทำให้คนดูต้องคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเบื้องหลังความเหงานี้ซ่อนปมอะไรไว้บ้าง
ฉากที่ตัวละครหญิงก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก มันสื่อให้เห็นว่าเวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง หรือบางทีอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่คนนอกไม่รู้เรื่อง การที่เธอรีบเก็บของและเดินเข้าไปในอาคารพร้อมกับชายชุดส้ม ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้พุ่งสูงขึ้น ใน เกิดใหม่ในนรกขาว การใช้อุปกรณ์เล็กๆ อย่างนาฬิกาเพื่อขับเคลื่อนพล็อตเรื่องทำได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับตัวละครทุกวินาที
ฉากปาร์ตี้รอบกองไฟในอาคารคอนเทนเนอร์ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง เสียงหัวเราะและดนตรีดังกระหึ่ม แต่กลับทำให้รู้สึกอึดอัดมากกว่าสนุกสนาน เหมือนทุกคนกำลังพยายามลืมความจริงอันโหดร้ายที่กำลังรออยู่ข้างนอก โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดเขียวถือขวดเบียร์แล้วตะโกนอะไรบางอย่าง มันดูเหมือนความบ้าคลั่งมากกว่าความรื่นเริง ใน เกิดใหม่ในนรกขาว ฉากนี้สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์เราอาจใช้ความสนุกสนานเป็นเกราะป้องกันความกลัวก็ได้
ตัวละครหญิงในชุดสีเขียวอ่อนที่ยืนคู่กับชายชุดแดงดูมีความสุขมาก แต่แววตากลับบอกอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ รอยยิ้มของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา เหมือนเธอกำลังเล่นบทบาทบางอย่างในสถานการณ์ที่อันตรายมาก การที่เธอชี้ไปทางประตูแล้วทุกคนหันมองตาม แสดงว่าเธออาจรู้บางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ ใน เกิดใหม่ในนรกขาว การสร้างตัวละครที่มีความลึกซึ้งแบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ไว้ใจได้
ฉากที่ตัวละครหญิงเดินเข้าไปในวงกลมหิมะขนาดใหญ่ที่ใครบางคนขีดไว้บนพื้น เป็นฉากที่สร้างความสงสัยให้คนดูอย่างมาก วงกลมนั้นดูเหมือนสัญลักษณ์บางอย่างที่ใช้สำหรับพิธีกรรม หรืออาจเป็นกับดักที่เตรียมไว้สำหรับเธอ การที่เธอเดินเข้าไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีความกลัว แสดงว่าเธออาจถูกบังคับหรือมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำ ใน เกิดใหม่ในนรกขาว การใช้สัญลักษณ์แบบนี้เพิ่มมิติของความลึกลับให้กับเรื่อง ทำให้คนดูต้องคาดเดาว่าวงกลมนั้นมีความหมายอะไรกันแน่