รายละเอียดเล็กๆ อย่างแหวนเพชรบนนิ้วนางใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม บอกใบ้ถึงสถานะหรือความสัมพันธ์บางอย่างที่ซับซ้อนมาก การที่ตัวละครชายเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาพร้อมท่าทางปกป้องหญิงชุดขาว ยิ่งทำให้ปมดราม่าเข้มข้นขึ้น คนดูอย่างเราๆ ก็เริ่มสงสัยแล้วว่าตกลงใครเป็นใครกันแน่ ฉากนี้เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก ทำให้ต้องกดดูต่อทันทีอยากรู้ตอนจบ
ชอบมากที่ เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม เลือกใช้ชุดทำงานเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยอำนาจ หญิงชุดน้ำตาลดูน่าเกรงขามในขณะที่หญิงชุดขาวดูอ่อนโยนแต่ซ่อนความดื้อรั้นไว้ การปะทะกันของสองบุคลิกนี้ในฉากเดียวทำให้เนื้อเรื่องเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อน่าเบื่อ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงๆ อยากเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวเลย
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลยก็สื่อความหมายได้ครบถ้วนใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม โดยเฉพาะแววตาของพระเอกที่เปลี่ยนจากเย็นชาเป็นห่วงใยเมื่อหันมามองหญิงชุดขาว มันคือโมเมนต์ที่ทำให้คนดูใจละลายจริงๆ การตัดสลับระหว่างใบหน้าของตัวละครทั้งสามคนทำได้ดีมาก สร้างความตื่นเต้นให้คนดูเดาทางไม่ถูกว่าเรื่องจะลงเอยยังไง เป็นงานกำกับที่ละเอียดอ่อนและน่าประทับใจมาก
ฉากที่ทุกคนในออฟฟิศหันมามองใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม เหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง การที่ตัวละครหลักยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายตาของคนรอบข้างสร้างความกดดันมหาศาล มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไปแต่กลายเป็นเรื่องสาธารณะไปแล้ว ความอับอายและความโกรธที่ผสมปนเปกันทำให้ฉากนี้น่าจดจำมาก คนดูอย่างเราก็ลุ้นจนตัวเกร็งเลย
ต้องยอมรับเลยว่าตัวละครหญิงชุดน้ำตาลใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม มีเสน่ห์แบบร้ายๆ ที่ทำให้คนดูหลงรักได้แม้จะเป็นฝ่ายดูเข้มงวด การแต่งหน้าทำผมที่เนี้ยบกริบเข้ากับบุคลิกที่เด็ดขาดของเธออย่างลงตัวมากๆ เวลาเธอพูดหรือขยับตัวมีความมั่นใจสูงมากจนน่าทึ่ง เป็นตัวละครที่สร้างสีสันให้เรื่องไม่เงียบเหงาเลย อยากเห็นพัฒนาการของเธอในฉากต่อๆ ไปจริงๆ