แค่ไม่กี่นาทีใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม ก็เห็นปมดราม่าชัดมาก ชายหนุ่มในชุดดำดูสับสนและตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเธอกลับมา ส่วนหญิงสาวในชุดขาวที่ยืนข้างๆ เขาดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจหรืออาจจะกำลังถูกหลอกใช้ก็ไม่รู้ ฉากที่เธอหยิบรูปถ่ายและเอกสารออกมาจากกล่องเหมือนกำลังรื้อฟื้นความทรงจำและเตรียมจะแฉทุกอย่าง ความตึงเครียดในออฟฟิศนี้มันพุ่งปรี๊ดจนแทบจะทะลุจอออกมาเลย
ชอบรายละเอียดใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม มากๆ โดยเฉพาะฉากที่เธอหยิบถ้วยรางวัลและรูปถ่ายคู่เก่าออกมา มันบอกเล่าอดีตที่เคยหวานชื่นแต่ตอนนี้กลายเป็นความขมขื่นได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ใบหน้าของชายหนุ่มที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นหวาดกลัวเมื่อเห็นสัญญาโครงการมูลค่ามหาศาล ยิ่งตอกย้ำว่าเธอกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทวงรัก แต่มาทวงสิ่งที่ควรจะเป็นของเธอคืนมา ฉากนี้เล่นเอาจุกอกจริงๆ
ต้องยกนิ้วให้นักแสดงใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม เลยค่ะ โดยเฉพาะนางเอกที่ถ่ายทอดอารมณ์จากความเจ็บปวดสู่ความเข้มแข็งได้เนียนมาก ดวงตาที่แดงก่ำแต่กลับยิ้มเยาะเมื่อถือสัญญาในมือ มันคือชัยชนะของคนเคยแพ้ชัดๆ ส่วนพระเอกที่แสดงอาการผิดและพยายามจะอธิบายแต่ทำไม่ได้ ยิ่งทำให้คนดูอยากเข้าไปเขย่าตัวถามว่าคิดอะไรอยู่ การแสดงระดับนี้ทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครทุกวินาที
ใครว่าพระเอกจะรอดใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม บอกเลยว่าคิดผิด! ฉากที่นางเอกหยิบสัญญาโครงการมูลค่าหนึ่งพันล้านออกมาโชว์ตรงหน้า แล้วตามด้วยรูปถ่ายความหลัง มันเหมือนการตบหน้าแรงๆ ให้สติชายตรงหน้า ความเงียบของห้องประชุมที่ตัดกับเสียงหัวใจคนดูที่เต้นรัว มันคือความสะใจที่รอคอยมานาน นางเอกของเราไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป เธอคือผู้คุมเกมตัวจริงที่พร้อมจะพลิกสถานการณ์ทั้งหมด
นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นแล้ว เรื่องแฟชั่นใน เกมรักนี้ ฉันเป็นคนคุม ก็ไม่แพ้กัน ชุดสูทสีน้ำตาลของนางเอกดูทรงพลังและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ต่างจากชุดขาวดูใสซื่อของหญิงสาวอีกคนที่ดูเหมือนจะซ่อนอะไรไว้ เครื่องประดับทองชิ้นใหญ่ของนางเอกยิ่งเสริมบารมีให้ดูน่าเกรงขาม ในขณะที่พระเอกยังคงดูดีในชุดสูทดำแต่แววตากลับดูอ่อนล้า การแต่งกายของแต่ละตัวละครช่วยเล่าเรื่องราวเบื้องหลังได้เป็นอย่างดี