การตัดภาพจากห้องประชุมที่เคร่งขรึม มาสู่ฉากผับที่มีแสงสีวูบวาบช่างตัดกันเหลือเกิน พระเอกที่ดูเครียดจัดในชุดสูทสีเขียว ตัดภาพมาใส่ชุดดำดูเท่แต่แววตายังคงหม่นหมอง การที่นางเอกเดินเข้ามาในชุดขาวสะอาดท่ามกลางแสงไฟสีฟ้า มันเหมือนสัญลักษณ์ของความหวังหรือจุดจบกันแน่? มู้ดแอนด์โทนของเรื่องนี้ในแอปเน็ตชอร์ตทำออกมาได้มีรสนิยมมาก
เห็นคุณพ่อที่นั่งรถเข็นแล้วใจหายเลย ความสัมพันธ์ในครอบครัวดูซับซ้อนและเปราะบางมาก พระเอกพยายามจะอธิบายอะไรบางอย่างแต่นางเอกกลับไม่ยอมฟัง หรืออาจจะฟังแต่เลือกที่จะไม่ตอบสนอง? ความเงียบของนางเอกในเรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด ทำเอาคนดูอย่างเราอยากกระโดดเข้าไปเขย่าตัวตัวละครเลย
ชอบการแต่งตัวของตัวละครมาก พระเอกใส่สูทสีเขียวมะกอกดูเป็นผู้ดีแต่มีความกดดัน ในขณะที่นางเอกใส่สูทสีดำดูเข้มแข็งแต่ซ่อนความเปราะบางไว้ข้างใน พอเปลี่ยนฉากไปผับ นางเอกเปลี่ยนเป็นชุดขาวดูบริสุทธิ์ตัดกับพระเอกชุดดำ มันคือการสื่อสารผ่านเสื้อผ้าที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปได้ดีมาก
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย แค่แววตาของพระเอกตอนมองนางเอกก็บอกทุกอย่างแล้ว ความน้อยใจ ความรัก และความโกรธที่ปนเปกันอยู่ มันถ่ายทอดออกมาทางสายตาได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเดินหนีไปในผับ พระเอกยืนนิ่งแต่สีหน้าบอกเลยว่าใจกำลังร้องไห้ การแสดงระดับนี้หาชมได้ยากในซีรีส์ออนไลน์
ชอบจังหวะการตัดสลับระหว่างอดีตและปัจจุบัน หรือระหว่างสถานที่สองแห่งที่ต่างกันมาก มันช่วยขับเน้นอารมณ์ตัวละครได้ดีสุดๆ จากฉากที่ตึงเครียดสุดๆ ในห้องประชุม ไปถึงฉากที่ดูผ่อนคลายแต่แฝงความเศร้าในผับ การเล่าเรื่องใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ไม่ได้เดินเส้นตรงแต่น่าติดตามมาก ทำให้เราต้องคอยลุ้นว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น