การแต่งตัวของตัวละครในเรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก สื่อความหมายได้ดีมาก พระเอกในชุดผู้ป่วยสีฟ้าตัดกับชุดขาวสะอาดของพระนาง เหมือนตัวแทนของความอ่อนแอและความเข้มแข็งที่มาบรรจบกัน ฉากที่เขายืนเก้ๆ กังๆ จับแก้มตัวเองแสดงออกถึงความไม่มั่นใจได้ดีมาก ทำให้คนดูเอาใจช่วยอยากให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้
ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะเลย แค่สายตาก็เล่าเรื่องได้หมดแล้ว โดยเฉพาะฉากที่พระนางมองพระเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทั้งสงสาร ทั้งเจ็บปวด และอาจจะมีความรักซ่อนอยู่ เรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมากผ่านภาษากายแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครโดยไม่ต้องรอให้เขาพูดอะไรออกมาเลย
ฉากที่พระเอกพยายามจะจับมือพระนางแต่สุดท้ายก็ปล่อยมือ เป็นฉากที่บีบหัวใจมาก แสดงให้เห็นถึงความไม่กล้าและความกลัวที่จะสูญเสียอีกครั้ง ในเรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ฉากนี้สำคัญมากเพราะเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ ทำให้เรารู้ว่าพระเอกกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างภายในใจตัวเองอย่างหนักหน่วง
บรรยากาศในฉากนี้เงียบสงัดมาก มีแค่เสียงลมและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ความเงียบในเรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก กลับทำให้เรารู้สึกถึงแรงกดดันและความตึงเครียดระหว่างสองตัวละครได้ดีกว่าการตะโกนใส่กันเสียอีก การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนทำให้ฉากธรรมดาๆ กลายเป็นฉากที่ทรงพลังมาก
การที่ทั้งสองคนมาเจอกันที่หลุมศพพ่อแม่ บ่งบอกว่าพวกเขามีอดีตที่เจ็บปวดร่วมกัน เรื่อง เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก กำลังจะเปิดเผยความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบนี้ การที่พระเอกดูสับสนและพระนางดูเศร้าสร้อย ทำให้เราอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างพวกเขากับครอบครัว