สีหน้าของหมอหลวงตอนตรวจครรภ์แล้วก้มหน้าก้มตายิ้มอย่างมีความสุข มันทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่าทารกในครรภ์ต้องแข็งแรงและพิเศษแน่นอน การที่ทุกคนในวังต่างพากันยินดีกับข่าวนี้แสดงให้เห็นว่านางเอกมีบารมีมากแค่ไหน ฉากนี้ในเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดีๆ ก่อนที่พายุจะเข้ามาถโถมในฉากต่อมา
เอฟเฟกต์แสงสีทองที่ส่องออกมาจากท้องนางเอกตอนพระพันปีหลวงเอียงหูฟัง เป็นลูกเล่นทางภาพที่สวยงามและสื่อความหมายได้ดีมาก มันเหมือนบอกว่าเด็กในท้องนี้ไม่ธรรมดา อาจจะมีพลังวิเศษหรือชะตาชีวิตที่ยิ่งใหญ่รออยู่ แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วห้องทำให้ทุกคนต่างพากันอัศจรรย์ใจ เบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ใช้เทคนิคนี้เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของตัวละครได้เป็นอย่างดี
ชอบตรงที่นางเอกแสดงอารมณ์ได้ละเอียดมาก จากความอ่อนโยนตอนอยู่กับพระพันปีหลวง พอหันมาเจอหญิงรับใช้หรือคู่แข่ง แววตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที มันแสดงให้เห็นว่าเธอต้องสวมหน้ากากเพื่อปกป้องตัวเองและลูกในท้อง ความซับซ้อนของตัวละครนี้ทำให้เบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด น่าสนใจขึ้นมาก ไม่ใช่แค่นางเอกผู้บริสุทธิ์แต่เป็นนักสู้ผู้ชาญฉลาด
ฉากที่หญิงชุดฟ้าเดินเข้ามาแล้วทั้งสองคนจ้องตากันโดยไม่มีใครพูดอะไรเลย มันตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก สายตาของนางเอกในชุดแดงที่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วหันกลับมามองคู่แข่ง มันเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น เบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ช่วงนี้ใช้ภาษากายในการเล่าเรื่องได้ดีมาก ทำให้คนดูต้องเดาใจตัวละครกันเหนื่อยเลย
สังเกตไหมว่าตอนนางเอกเปลี่ยนชุด เครื่องประดับศีรษะและสร้อยคอของเธอมีความวิจิตรบรรจงและดูมีอำนาจมากขึ้น โดยเฉพาะปิ่นปักและสร้อยยาวที่ห้อยลงมา มันช่วยเสริมบุคลิกให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่และน่าเกรงขามขึ้นทันที รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ในเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ทำให้เราเห็นการเติบโตของตัวละครผ่านเครื่องแต่งกายได้ชัดเจนมาก