บรรยากาศในเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ช่างน่าขนลุกจริงๆ แสงเทียนเพียงเล่มเดียวที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ยิ่งทำให้เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของนางเอกได้ชัดเจน การแสดงออกทางสีหน้าของเธอทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ความตึงเครียดค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ฉากที่เธอถูกจับตัวไปนั้นทำออกมาได้สมจริงมาก จนคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย
ต้องยอมรับว่าฉากแอ็คชั่นในเรื่องเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ทำออกมาได้ดีเกินคาด การต่อสู้ระหว่างชายชุดน้ำเงินกับปีศาจนั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้รู้สึกถึงความอันตรายที่แท้จริง นางเอกที่พยายามจะหนีแต่ก็ถูกดึงกลับมา สร้างความลุ้นระทึกให้กับคนดูอย่างมาก ฉากนี้ทำให้รู้ว่าไม่มีใครปลอดภัยจริงๆ ในโลกใบนี้
ฉากที่หญิงสาวในชุดแดงขาวปรากฏตัวบนยอดตึกนั้นสวยงามจนน่าตะลึง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาที่ลอยลงมาจากสวรรค์ เครื่องประดับบนศีรษะและชุดที่สลับสีแดงขาวช่างเข้ากันได้อย่างลงตัว รอยยิ้มของเธอที่แฝงไปด้วยความลึกลับทำให้คนดูสงสัยว่าเธอคือใครกันแน่ การปรากฏตัวของเธอในเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป เหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลยทีเดียว
การแสดงของนางเอกในเรื่องเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป นั้นน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะฉากที่เธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง น้ำตาที่ไหลอาบแก้มพร้อมกับเสียงร้องที่แตกพร่า ทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปกับเธอด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับชายชุดน้ำเงินนั้นซับซ้อนและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ฉากที่เธอพยายามจะหนีแต่ถูกดึงกลับมาทำให้เห็นถึงความอ่อนแอและความแข็งแกร่งในตัวเธอในเวลาเดียวกัน
ตัวละครปีศาจในเรื่องเมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป นั้นออกแบบมาได้ น่ากลัวมาก เขี้ยวที่ยาวแหลมและดวงตาที่แดงก่ำทำให้ดูน่าสะพรึงกลัวจริงๆ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงของเขานั้นทำให้คนดูรู้สึกถึงความอันตรายที่แท้จริง ฉากที่เขาโจมตีชายชุดน้ำเงินนั้นทำออกมาได้สมจริงมาก จนคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย การปรากฏตัวของเขาคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรื่องราวดูน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น