ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่เมื่อชายชุดดำก้มกราบอย่างนอบน้อม แต่สายตาของหญิงชุดแดงกลับเย็นชาจนน่ากลัว การปะทะกันของพลังเวทมนตร์ที่เกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียวทำให้ทุกคนล้มลงอย่างน่าตกใจ เรื่องราวใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ ใครจะรู้ว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำจะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ขนาดนี้
ชอบมุมกล้องที่จับสีหน้าของหญิงชุดชมพูตอนเลือดกำเดาไหลแต่ยังยิ้มแฉ่ง มันดูผิดปกติจนน่าขนลุก ตัดสลับกับสีหน้าตกใจของชายชุดขาวที่พยายามจะลุกขึ้นสู้แต่ก็ล้มลงอีก ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความอ่อนแอของมนุษย์ต่อหน้าอำนาจมืดได้ชัดเจนมาก ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในฉากนั้นจริงๆ
ฉากกินข้าวที่ดูเหมือนปกติแต่กลับอึดอัดที่สุด ทุกคนมีบาดแผลและสีหน้าที่บอกเล่าความเจ็บปวด หญิงชุดแดงยืนมองจากมุมห้องเหมือนผู้คุมเกมที่ไม่ต้องลงมือเองก็ชนะแล้ว บรรยากาศแบบนี้หาชมได้ยากในละครทั่วไป เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ทำให้รู้ว่าบางครั้งศัตรูที่อันตรายที่สุดคือคนที่นั่งกินข้าวด้วยกันนี่เอง
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่จัดเต็มมาก ชุดสีแดงของนางเอกดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ตัดกับชุดสีอ่อนของชายหนุ่มที่ดูบริสุทธิ์แต่กลับพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ รายละเอียดเครื่องประดับศีรษะแต่ละชิ้นล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ การแต่งกายใน เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป ไม่ใช่แค่สวยงามแต่ยังบอกสถานะและพลังของแต่ละตัวละครได้ชัดเจนมาก
ฉากที่หญิงชุดแดงเพียงแค่มองแล้วชายชุดดำก็ก้มหน้าลงทันที แสดงให้เห็นถึงลำดับชั้นของพลังที่ชัดเจนมาก ไม่ต้องมีการต่อสู้แบบใช้กำลังแต่ใช้การข่มขวัญทางจิตใจแทน สีหน้าของชายหนุ่มที่พยายามจะขัดขืนแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เจ็บตัว ช่างเป็นบทเรียนที่ว่าอย่าท้าทายอำนาจที่เหนือกว่า เมื่อคำขอพรกลายเป็นคำสาป สอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของพลังอย่างแท้จริง