ชอบวิธีที่เรื่องเล่าผ่านสายตาของหญิงสาวที่ยืนมองอยู่ห่างๆ เธอไม่พูดอะไรเลยแต่สีหน้าบอกทุกอย่างว่าเธอรู้สึกอย่างไร ฉากงานศพที่ดูสงบแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ทำให้รู้ว่าความเจ็บปวดที่สุดมักไม่ส่งเสียงออกมา ทนายกับทายาท เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ดูแล้วอยากกอดตัวละครทุกคน
ฉากที่แม่ของชายหนุ่มผลักเขาลงน้ำทำให้เห็นชัดเจนว่าความโศกเศร้าสามารถเปลี่ยนเป็นความโกรธได้เร็วแค่ไหน การที่เธอทำแบบนั้นไม่ใช่เพราะเกลียด แต่เพราะรักมากจนรับความจริงไม่ได้ ทนายกับทายาท สะท้อนภาพครอบครัวที่แตกสลายได้ดีมาก ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ชอบการใช้สัญลักษณ์ของน้ำในเรื่อง ทั้งสระว่ายน้ำที่สะท้อนภาพและน้ำตาที่ไหลลงมา ทุกอย่างเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว ฉากที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ในน้ำแล้วมองขึ้นไปบนฝั่งเหมือนเขากำลังจมอยู่กับความทรงจำ ทนายกับทายาท ไม่ใช่แค่ดราม่าธรรมดา แต่เป็นศิลปะการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม
ดูแล้วรู้สึกหนักใจมาก เพราะทุกคนในเรื่องต่างก็เจ็บปวด ไม่มีใครเป็นผู้ร้ายหรือผู้ดีอย่างชัดเจน แค่คนธรรมดาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียในรูปแบบต่างๆ ฉากสุดท้ายที่ทุกคนยืนห่างกันแต่ยังมองหน้ากัน บอกทุกอย่างว่าความสัมพันธ์ยังไม่จบ ทนายกับทายาท ทำให้รู้ว่าความเจ็บปวดสามารถเชื่อมโยงคนเข้าด้วยกันได้
ฉากที่ชายหนุ่มถูกผลักลงน้ำไม่ใช่แค่ความรุนแรงทางกาย แต่คือการระเบิดของอารมณ์ที่สะสมมานาน ดูแล้วใจสั่นจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่เขามองขึ้นไปบนฝั่งด้วยสายตาที่ทั้งเจ็บปวดและเข้าใจ ทุกอย่างในทนายกับทายาท บอกเล่าเรื่องราวของความสูญเสียได้ดีมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่รู้สึกได้หมด