จากความขัดแย้งในครอบครัวเปลี่ยนเป็นการเผชิญหน้าในศาล จังหวะเรื่องรวดเร็วจนหายใจไม่ทัน สีหน้าของตัวละครหลายคนที่นั่งบนเก้าอี้จำเลยแตกต่างกันออกไป บางคนโกรธ บางคนหมดหวัง บางคนเย็นชา แสดงให้เห็นความซับซ้อนของมนุษย์เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ ความเย็นชาของทนายความตัดกับความตื่นเต้นของคู่ความอย่างชัดเจน ความตึงเครียดทางละครแบบนี้ในทนายกับทายาททำออกมาได้ดีเป็นพิเศษ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นเลือดเดือด
การแสดงของปู่วั่นเจิ้งหมิงในเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นระดับมาตรฐาน ทุกสายตาทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยเรื่องราว นักแสดงอาวุโสมักนำมาซึ่งการกระทบทางอารมณ์ที่แท้จริงที่สุด ทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักที่ตกผลึกมาจากเวลา การแสดงแบบนี้ไม่อาศัยสีหน้าที่เกินจริง แต่อาศัยพลังจากภายใน ทำให้ต้องชื่นชมฝีมือของนักแสดงรุ่นใหญ่
ตัวละครหญิงหลายคนในเรื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางคนเข้มแข็งตัดสินใจเด็ดขาด บางคนอดทนเก็บกด บางคนโกรธจนระเบิด พวกเธอแสดงบทบาทในการชิงมรดกแสดงถึงตัวตนหลายด้านของผู้หญิงสมัยใหม่ในครอบครัวและสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่เสื้อสีฟ้า จากปลอบโยนอย่างอ่อนโยนสู่การตำหนิอย่างโกรธเคือง การเปลี่ยนอารมณ์เป็นไปอย่างธรรมชาติลื่นไหล ทำให้เห็นความขัดแย้งและการเติบโตภายในตัวละคร การสร้างตัวละครที่มีมิติแบบนี้ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น
เมื่อวิดีโอจากกล้องวงจรปิดถูกเปิดเล่นในศาล เนื้อเรื่องทั้งหมดก็เข้าสู่จุดสูงสุด ความขัดแย้งในครอบครัวที่ดูเหมือนสงบภายใต้เลนส์กล้องถูกเปิดเผยทั้งหมด เทคนิคการเล่าเรื่องแบบนี้ไม่เพียงเพิ่มความรู้สึกสงสัยให้กับเนื้อเรื่อง ยังให้ผู้ชมมีมุมมองแบบรอบด้าน สามารถเข้าใจจุดยืนและแรงจูงใจของตัวละครแต่ละคนได้รอบด้านมากขึ้น ทนายกับทายาทผ่านการออกแบบรายละเอียดแบบนี้ สำเร็จในการยกระดับละครดราม่าครอบครัวขึ้นสู่ระดับใหม่
เห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของปู่วั่นเจิ้งหมิงขณะอ่านพินัยกรรมแล้วใจสลายจริงๆ คิดว่าเป็นงานรวมครอบครัวที่อบอุ่น กลับกลายเป็นสนามรบชิงมรดก วั่นหลิงในฐานะทายาทถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในขณะที่ความโกรธและความไม่พอใจของตัวละครหญิงอีกคนก็แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน ละครครอบครัวแนวนี้มักโดนใจผู้ชมเสมอ ทำให้ไม่อยากรอติดตามว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร