ฉากเปิดเรื่องช่างน่าตกใจเมื่อเห็นผู้คนล้มตายเกลื่อนกลาด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญกลับอยู่ที่เด็กน้อยในชุดสีชมพู ดูเหมือนเธอจะเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องราวทั้งหมดของ นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน การที่เธอเดินออกมาพร้อมกับนักรบชุดดำทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ใครจะไปคิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีความสำคัญระดับเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ได้ น่าติดตามมากว่าเธอคือใครกันแน่
ฉากที่พระภิกษุชราเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ช่างเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่มองไม่เห็น แม้ท่านจะถือลูกประคำและทำท่าสงบ แต่แววตากลับดุดันไม่แพ้ใคร การที่ฮ่องเต้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวแสดงให้เห็นว่าท่านกำลังสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ ในเรื่อง นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ฉากนี้สื่อถึงความขัดแย้งระหว่างอำนาจทางโลกและทางธรรมได้อย่างลึกซึ้ง น่าคิดจริงๆ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้
ตัวละครนักรบในชุดเกราะสีดำทองดูเท่และน่าเกรงขามมาก โดยเฉพาะตอนที่เขายืนถือดาบคู่กับเด็กน้อยบนพรมแดง ท่ามกลางทหารที่ล้อมรอบ ฉากนี้ใน นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ทำให้รู้สึกเหมือนเขาคือผู้ปกป้องคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ สายตาที่มุ่งมั่นและท่าทางที่พร้อมสู้ทุกเมื่อทำให้คนดูเอาใจช่วยไม่หยุด อยากเห็นฉากต่อสู้ของเขาจริงๆ ว่าจะเก่งแค่ไหน
ตัวละครหญิงในชุดขาวดูอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความเศร้า สีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและน้ำตาที่ไหลรินทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปกับเธอ ในเรื่อง นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน เธออาจเป็นตัวละครที่ต้องแบกรับความทุกข์ทรมานมากที่สุด การที่เธอคุกเข่าและร้องไห้ต่อหน้าทุกคนแสดงให้เห็นถึงความหมดหวัง แต่แววตายังมีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ น่าสงสารจริงๆ
มงกุฎของฮ่องเต้ที่ประดับด้วยไข่มุกและหยกสีแดงดูสวยงามแต่กลับสื่อถึงความกดดันมหาศาล ในฉากที่พระองค์ทรงกริ้วและชี้มือสั่งการ แสดงให้เห็นว่าอำนาจกำลังหลุดมือไปทีละน้อย เรื่อง นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน เล่นกับประเด็นนี้ได้ดีมาก การที่ฮ่องเต้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้ปกครองที่โหดร้ายเท่านั้น