ฉากเปิดเรื่องช่างน่าทึ่งมาก ตลาดโบราณที่คึกคักด้วยผู้คนในชุดฮั่นฝู ตัดกับข้อความที่บอกว่านี่คือวันที่สามหลังสงครามใหญ่ ความขัดแย้งระหว่างความวุ่นวายในอดีตกับความสงบสุขในปัจจุบันถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างลูกอมเคลือบน้ำตาลและโคมไฟสีแดง ที่ทำให้รู้สึกถึงความหวังและการเริ่มต้นใหม่ในซีรีส์ นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน เรื่องนี้
ฉากที่หนูน้อยในชุดสีชมพูถือหนังสือเรืองแสงที่มีตัวอักษรสีทองช่างน่าขนลุกแต่ก็สวยงามในเวลาเดียวกัน การปรากฏตัวของภูตน้อยสีเขียวที่ลอยอยู่ข้างๆ ยิ่งเพิ่มมิติแฟนตาซีให้กับเรื่องราว ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่รออยู่ การแสดงออกทางสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนจากตื่นเต้นเป็นสงบเมื่อปิดหนังสือ บ่งบอกถึงภาระอันหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับใน นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน
โมเมนต์ที่ชายชุดดำเข้ามาโอบกอดหนูน้อยแล้วจูบหน้าผากเบาๆ ช่างเป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้ง่ายมาก แสงแดดอุ่นๆ ในยามเย็นช่วยเสริมบรรยากาศความอบอุ่นให้สมบูรณ์แบบ แม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชาและน่าเกรงขาม แต่กับลูกสาวเขากลับอ่อนโยนที่สุด ความสัมพันธ์父女 นี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เรื่องราวใน นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน มีมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและน่าติดตาม
ตัวละครชายชราที่มีเขาและเครื่องประดับทองคำดูน่ากลัวในตอนแรก แต่เมื่อเห็นแววตาแล้วกลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม การออกแบบคอสตูมและเครื่องประดับละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะมงกุฎที่มีลักษณะเหมือนโคมไฟศาลเจ้า ซึ่งสื่อถึงบทบาทของเขาในฐานะผู้พิพากษาแห่งโลกหลังความตาย การปรากฏตัวของเขาใน นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ทำให้รู้ว่าเรื่องราวไม่ได้มีแค่ความอบอุ่นแต่ยังมีความลึกลับรออยู่
ฉากกลางคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิ่งห้อยและแสงไฟจากโคมไฟในวัดช่างสวยงามเหมือนภาพวาด หิ่งห้อยที่บินว่อนรอบๆ ให้ความรู้สึกเหมือนวิญญาณที่กำลังเฉลิมฉลองให้กับความสงบสุขที่กลับคืนมา การเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืนในซีรีส์เรื่องนี้ทำได้ดีมาก ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งจริงๆ เป็นงานภาพที่ควรค่าแก่การชมใน นางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน