ฉากเปิดเรื่องช่างน่าทึ่งมาก เมื่อเด็กน้อยในชุดสีชมพูต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือซากปรักหักพัง แววตาของเธอไม่ได้มีความกลัว แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การปรากฏตัวของสัญลักษณ์ไฟบนหน้าผากและการเสกหยดน้ำวิเศษเปลี่ยนสีได้ ชวนให้สงสัยว่าเธอคือใครกันแน่ ในเรื่องนางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่ การตัดต่อภาพระหว่างความน่ากลัวของปีศาจทารกกับใบหน้าใสซื่อของเด็กช่างสร้างความขัดแย้งที่ดึงดูดใจสุดๆ
ตัวละครพระสงฆ์ที่ดูเหมือนผู้ทรงศีล กลับมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลือดและแววตาที่ดุร้ายน่ากลัวมาก ฉากที่เขาหัวเราะท่ามกลางกลุ่มวิญญาณทารกสีดำช่างสร้างบรรยากาศที่หลอนและกดดันคนดูได้อย่างอยู่หมัด การที่เขาพยายามทำร้ายหญิงสาวในชุดขาวที่บาดเจ็บสาหัส ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกโกรธแค้นและเอาใจช่วยตัวละครเอก เรื่องนางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก โดยเฉพาะฉากที่พระรูปนี้พยายามใช้เวทมนตร์ดำ
ฉากที่ฮ่องเต้ในชุดสีทองร้องไห้และล้มลงกับพื้นช่างสะเทือนใจมาก แม้ท่านจะมีอำนาจสูงสุดแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ซึ่งพลังเมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามครั้งนี้ การที่พระองค์พยายามจะปกป้องหญิงสาวแต่กลับถูกขัดขวางโดยทหารและพระสงฆ์ชั่วร้าย ทำให้เห็นถึงความอ่อนแอของอำนาจมนุษย์เมื่อเทียบกับพลังเหนือธรรมชาติ ในนางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่จักรพรรดิก็ไม่สามารถควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้เมื่อเผชิญกับคำสาป
หญิงสาวในชุดขาวที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด ยังคงพยายามคลานเข้าไปหาฮ่องเต้เพื่อขอความช่วยเหลือ แม้จะถูกทำร้ายจนแทบหมดสติก็ตาม ฉากที่เธอถูกทหารลากตัวไปทั้งที่ยังร้องขอความเมตตา ช่างทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดแทนเธอจริงๆ แต่แววตาของเธอที่ยังไม่ยอมแพ้แสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อลูกหรือคนสำคัญ เรื่องนางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน สร้างตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งทางจิตใจแม้ร่างกายจะอ่อนแอ เป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก
ฉากที่เด็กน้อยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางแสงจันทร์เต็มดวงช่างสวยงามและทรงพลังมาก การที่เธอเรียกดาบแสงออกมาและปล่อยพลังสีทองเพื่อปราบปีศาจทารกสีดำ แสดงให้เห็นว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะกู้สถานการณ์ได้ ลวดลายไฟบนหน้าผากที่เรืองแสงยิ่งเน้นย้ำถึงความเป็นเทพหรือผู้ถูกเลือก ในเรื่องนางฟ้านรก สะสางแผ่นดิน ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนจากความสิ้นหวังมาเป็นความหวัง แสงสว่างที่ส่องลงมาช่างเปรียบเสมือนการลงมาโปรดของเทพเจ้าจริงๆ