ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างทีวีรุ่นเก่าหรือกระเป๋าเดินทางใบเดิม มันช่วยเล่าเรื่องราวในอดีตของตัวละครได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ ฉากที่นางเอกจัดห้องแล้วพระเอกยืนมองด้วยความรักมันช่างโรแมนติกสุดๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคแปดสิบ จริงๆ เรื่องพี่น้องคนละทาง ทำฉากออกมาได้ละเอียดและใส่ใจมาก ดูแล้วไม่เบื่อเลย
ตอนที่ตัดภาพมาวันถัดไป พระเอกเปลี่ยนลุคมาเป็นนักธุรกิจสุดเท่ในชุดสูทดำ ตัดกับฉากก่อนหน้าที่ใส่เสื้อเชิ้ตลายตารางแบบสบายๆ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เห็นพัฒนาการของตัวละครได้ชัดเจนมาก ฉากประชุมในห้องทำงานดูจริงจังและตึงเครียดขึ้น แต่ก็ยังมีความอบอุ่นจากเพื่อนร่วมงาน เรื่องพี่น้องคนละทาง เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก เดี๋ยวหวาน เดี๋ยวเครียด
ฉากจบที่ทั้งคู่ยืนจับมือกันท่ามกลางกระดิ่งลมที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งช่างเป็นภาพที่งดงามและมีความหมายมาก เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันอย่างมีความสุข แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องยิ่งทำให้บรรยากาศดูสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง ดูแล้วรู้สึกใจฟูมาก อยากให้เรื่องราวในพี่น้องคนละทาง จบลงแบบนี้จริงๆ สักที
ตัวละครเพื่อนพระเอกที่ใส่สูทสีเทายืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา แสดงออกถึงความห่วงใยและพร้อมสนับสนุนเสมอ แม้จะไม่มีบทพูดเยอะแต่สีหน้าและแววตาบอกทุกอย่างได้ชัดเจนมาก ฉากที่เขายิ้มให้พระเอกตอนประชุมทำให้รู้ว่ามิตรภาพของพวกเขามั่นคงแค่ไหน เรื่องพี่น้องคนละทาง สร้างตัวละครเสริมได้น่าสนใจมาก ไม่แพ้ตัวเอกเลย
การเปลี่ยนฉากจากถนนเก่าๆ ในย่านชุมชนมาสู่ห้องทำงานที่ดูเป็นทางการแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละครได้เป็นอย่างดี พระเอกจากเด็กหนุ่มธรรมดาตอนนี้กลายเป็นผู้นำที่มั่นใจในตัวเองมาก ฉากที่เขานั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วมองไปข้างหน้าด้วยสายตามุ่งมั่นทำให้คนดูรู้สึกภูมิใจไปด้วย เรื่องพี่น้องคนละทาง เล่าเรื่องการพัฒนาตัวละครได้เนียนและน่าติดตามมาก