ชอบดีไซน์ฉากมากครับ การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมคลาสสิกกับโฮโลแกรมสีฟ้าทำให้ดูทันสมัยแต่ยังคงความขลังของตระกูลเก่าแก่ ฉากที่พ่อใหญ่สั่งการผ่านโต๊ะอัจฉริยะดูเท่มาก แสดงให้เห็นว่าอำนาจของเขาไม่ได้มีแค่เงินแต่รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงด้วย เรื่องราวใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เริ่มน่าสนใจตรงที่การแก้แค้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่การใช้กำลังแต่เป็นการวางแผนอย่างเยือกเย็นของพ่อกับลูกชาย
ตัวละครบ่าวรับใช้ที่สวมชุดสีเขียวเป็นจุดที่น่าสนใจมาก แม้จะไม่มีบทพูดเยอะแต่สีหน้าแสดงความกังวลและความจงรักภักดีได้ชัดเจน ฉากที่เข่าทรุดลงกับพื้นตอนได้ยินข่าวร้ายทำให้รู้ว่าข่าวนี้ร้ายแรงแค่ไหนสำหรับทุกคนในบ้าน การเดินออกจากห้องของพ่อใหญ่เพื่อไปหาท่านโจวเป็นการเปิดปมใหม่ที่น่าติดตามมาก ใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องดูมีความลึกซึ้งมากกว่าแค่คำสั่ง
ฉากที่พ่อใหญ่เดินเข้าไปหาท่านโจวในห้องทำงานสไตล์จีนโบราณคือพีคมาก การตัดต่อจากห้องทำงานตะวันตกมาสู่ห้องตะวันออกแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายอำนาจที่กว้างขวาง ท่านโจวที่กำลังเขียนพู่กันจีนแล้วหยุดชะงักเมื่อได้ยินข่าว สร้างความสงสัยว่าท่านรู้เรื่องนี้อยู่แล้วหรือไม่? ความตึงเครียดระหว่างสองผู้เฒ่าใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าพันธมิตรนี้จะแตกหักหรือจะร่วมกันถล่มศัตรู
ประโยคที่พ่อใหญ่พูดว่าจะทำให้ทั้งเขตนั้นราบคาบพร้อมลูกชายคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง มันเปลี่ยนจากความโศกเศร้ามาเป็นโหมดสงครามเต็มตัว แสงสีแดงที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำงานตอนพ่อใหญ่ประกาศสงครามยิ่งเพิ่มอารมณ์ดุดันให้ฉากนี้มาก การตัดสินใจที่เด็ดขาดแบบนี้ทำให้รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นหัวหน้าตระกูลได้ ใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ การแก้แค้นครั้งนี้คงไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะเดิมพันคือชีวิตของลูกชายคนเดียว
ฉากเปิดมาด้วยบรรยากาศตึงเครียดจนหายใจไม่ออก เมื่อพ่อใหญ่ได้รับข่าวร้ายเรื่องลูกชาย การแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของตัวละครหลักนั้นทรงพลังมาก โดยเฉพาะฉากที่ทุบโต๊ะจนแจกันแตกกระจาย สะท้อนถึงความเจ็บปวดที่กลั่นออกมาเป็นความโกรธแค้น การดำเนินเรื่องใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เร็วและกระชับมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับปมดราม่าครอบครัวมหาเศรษฐีที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็น