ชอบบรรยากาศในห้องแล็บที่ดูไฮเทคมาก แต่พอตัดภาพไปข่าวสงครามที่ทำลายเมืองหลวงแล้วรู้สึกหดหู่ใจจริงๆ เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากความตื่นเต้นตอนเห็นชุดเกราะมังกร มาเป็นความเศร้าตอนเห็นเมืองพังพินาศ มังกรทองดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลังมาก ฉากที่มันคำรามท่ามกลางซากปรักหักพังคือจุดพีคของเรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่ทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครสุดๆ
พล็อตเรื่องเกี่ยวกับท้องฟ้ามืดมิดติดต่อกันสามวันนี่ชวนให้ขนลุกจริงๆ มันสื่อถึงวันสิ้นโลกได้ชัดเจนมาก ตัวละครหญิงที่เดินออกมาท่ามกลางความมืดดูเหงาแต่เข้มแข็ง ฉากที่มังกรทองนอนท่ามกลางศพศัตรูแล้วฟื้นคืนชีพด้วยพลังสีม่วงกับสีทองช่างสวยงามและน่าเกรงขาม การดำเนินเรื่องใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เร็วและกระชับ ไม่ยืดเยื้อ น่าติดตามทุกวินาที
ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้างเรื่องดีไซน์อาวุธและชุดเกราะ ดาบเพลิงที่ศาสตราจารย์ถือดูทรงพลังมาก แสงไฟที่ลุกโชนบนใบมีดทำออกมาได้สมจริงสุดๆ ส่วนชุดเกราะมังกรสีดำทองก็ดูเท่บาดใจ ฉากที่ทหารสั่งการให้ผลิตจำนวนมากแสดงถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ การผสมผสานระหว่างเวทมนตร์โบราณกับเทคโนโลยีอนาคตใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ทำออกมาได้กลมกลืนมาก
ฉากที่มังกรทองร้องไห้ทำเอาใจสลายเลย มันสื่อถึงความเจ็บปวดที่ต้องเห็นบ้านเมืองถูกทำลายได้ดีมาก แม้จะมีพลังมหาศาลแต่ก็ต้องเผชิญกับศัตรูที่แข็งแกร่ง ฉากต่อสู้ริมทะเลที่มีป้อมปืนยิงใส่อสูรกายนั้นอลังการมาก เสียงระเบิดและแสงไฟสว่างไปทั้งจอ การปรากฏตัวของหลุมดำสีทองยิ่งเพิ่มความลึกลับให้เรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เป็นอีกฉากที่จำไม่ลืมจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่! พลังงานสีม่วงที่ระเบิดออกมาพร้อมฝูงอสูรกายช่างน่ากลัวมาก แต่พอเห็นมังกรทองปรากฏตัวเท่านั้นแหละ ความหวังก็กลับมาทันที การต่อสู้ระหว่างเทคโนโลยีกับเวทมนตร์ในเรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ นั้นมันส์สุดๆ โดยเฉพาะฉากที่ศาสตราจารย์โชว์ดาบเพลิง บอกเลยว่าดีไซน์อาวุธเจ๋งมาก อยากรู้ว่าตอนจบใครจะรอด