ชอบตรงที่เรื่องไม่ยืดเยื้อ เข้าเรื่องพลังระดับ เอสเอส ทันที เห็นทหารสามคนทรุดลงกับพื้นเพราะแรงกดดันก็ขนลุกแล้ว ฉากในห้องควบคุมที่แจ้งเตือนภัยสีแดงทั้งห้องยิ่งเพิ่มความตื่นเต้น การที่งูตัวเดียวสามารถจัดการกับภัยคุกคามระดับตำนานได้ แสดงให้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของตัวละครหลักในเรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่ทำให้คนดูรู้สึกเกรงขาม
จุดพีคที่สุดคือตอนงูเริ่มวิวัฒนาการ จากงูสีดำกลายเป็นสีทองสว่างไสว แสงที่พุ่งขึ้นฟ้าเหมือนจะทะลุมิติไปเลย ดนตรีประกอบช่วงนี้ช่วยส่งอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้รู้สึกเหมือนเราได้เห็นการกำเนิดของเทพเจ้าองค์ใหม่ การดูดกลืนพลังแล้วพัฒนาตัวเองใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เป็นไอเดียที่สร้างสรรค์และน่าติดตามมากจริงๆ
ศัตรูในเรื่องนี้ออกแบบได้น่ากลัวมาก โดยเฉพาะดวงตาขนาดใหญ่ที่โผล่มาจากพื้นดินพร้อมแสงสีม่วง มันให้ความรู้สึกอึดอัดและอันตรายสุดๆ การที่งูต้องต่อสู้กับสิ่งที่มีพลังมหาศาลขนาดนี้ทำให้การต่อสู้ดูมีเดิมพันสูงมาก ฉากที่งูพ่นไฟใส่ดวงตานั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่ทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจ
ชอบจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็ว ไม่ให้คนดูเบื่อเลย ตั้งแต่เริ่มเรื่องจนจบมีแต่ฉากแอ็คชั่นเต็มไปหมด การเคลื่อนไหวของงูนั้นลื่นไหลและดูมีพลังมาก โดยเฉพาะตอนที่ใช้หางฟาดหรือพ่นไฟออกมา แสงสีทองที่ล้อมรอบตัวงูใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ทำให้ฉากต่อสู้ดูสวยงามและน่าตื่นเต้น เป็นเรื่องที่ดูแล้วสนุกจนไม่อยากกดหยุดเลย
ฉากเปิดเรื่องคือกองกระดูกที่ดูน่ากลัวมาก แต่พอเจ้างูยักษ์ปรากฏตัวพร้อมแสงสีม่วง ก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา การต่อสู้กับดวงตาปีศาจนั้นดุเดือดจนหายใจไม่ทัน โดยเฉพาะตอนที่งูเปลี่ยนร่างเป็นสีทองอร่ามใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ มันช่างเป็นภาพที่อลังการและสะใจสุดๆ ใครชอบฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีต้องดูเรื่องนี้เลย