ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกจริงๆ เมื่อโพไซดอนถือตรีศูลส่องแสงฟ้าผ่า ท่ามกลางพายุหมุนที่ก่อตัวขึ้นเหนือสนามประลอง ความโกรธของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ช่างน่าเกรงขาม แต่ลึกๆ แล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ภาพยนตร์เรื่อง (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ นำเสนอความขัดแย้งระหว่างเทพกับมนุษย์ได้อย่างเข้มข้นมาก
ตอนที่ชายชราปรากฏตัวพร้อมคำพูดที่ว่า "มหาบุรุษของเจ้าเปลี่ยนไปใช้ไฟโซดอนนานแล้ว" ทำเอาคนดูอย่างเราอึ้งไปเลย! การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของโพไซดอนในร่างมนุษย์ช่างเป็นพล็อตที่หักมุมสุดๆ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย
ฉากที่ลูกชายตะโกนห้ามไม่ให้ใครมายุ่งกับแม่ของเขา ทั้งที่ถูกมัดไว้กับเสาไม้ ช่างเรียกน้ำตาได้จริงๆ ความรักของครอบครัวที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจอันยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลย (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ ทำให้เราเห็นว่าการเสียสละเพื่อคนที่รักนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน
บรรยากาศในสนามประลองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่รอชมการลงโทษช่างน่าหวาดเสียว เสียงโห่ร้องของผู้ชมตัดกับเสียงฟ้าร้องคำราม สร้างความตึงเครียดได้สุดยอดมาก ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์จริงเลย การกำกับภาพทำได้ดีมากจนลืมหายใจ
รอยยิ้มของชายชราที่มีหนวดเคราสีขาวช่างน่าค้นหา เขาดูเหมือนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่กลับเลือกที่จะไม่แทรกแซงทันที การที่เขาบอกว่า "เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อบุตรแห่งไฟโซดอน" ทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังทั้งหมดนี้มีแผนการอะไรซ่อนอยู่กันแน่